การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ GPAS 5 Steps ร่วมกับเทคนิคเพื่อนคู่คิด (Think-Pair-Share) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้แต่ง

  • มนสิช คงยุทธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • เอื้อมพร หลินเจริญ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

GPAS 5 Steps, เทคนิคเพื่อนคู่คิด, ความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

 การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้             โดยใช้ GPAS 5 Steps ร่วมกับเทคนิคเพื่อนคู่คิด ให้ได้ตามเกณฑ์ 75/75  2) ศึกษาผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ GPAS 5 Steps ร่วมกับเทคนิคเพื่อนคู่คิด และ 3) ศึกษา               ความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการเรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับเทคนิคเพื่อนคู่คิด ดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา 3 ขั้นตอน ตามจุดมุ่งหมาย                ของการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 45 คน ซึ่งได้มาโดย            การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) กิจกรรมการเรียนรู้จำนวน 4 แผน           การจัดการเรียนรู้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2) แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา              ทางวิทยาศาสตร์ 3) แบบบันทึกภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย                    ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ประสิทธิภาพ E1/E2 สถิติการทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว                     และแบบสองกลุ่มไม่เป็นอิสระ

        ผลการวิจัยพบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด                   (  = 4.78, S.D.= 0.12) มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์เท่ากับ 77.08/75.46 2) ผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 ซึ่งสูงกว่าก่อนเรียน           อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีพัฒนาการด้านการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นตามลำดับ โดยเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมสามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนและสมเหตุสมผลในทุกขั้นตอน ได้แก่ การตั้งปัญหา การวิเคราะห์ปัญหา การเสนอวิธีการแก้ปัญหา และการตรวจสอบผลลัพธ์ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (  = 4.29,            S.D. = 0.60)

เอกสารอ้างอิง

ทิศนา แขมมณี. (2566). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 26). กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พรทิพย์ ดิษฐปัญญา. (2563). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับเทคนิค เพื่อนคู่คิด เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ และความมั่นใจในตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

รัตนะ บัวสนธ์. (2567). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศศิกานต์ หลวงนุช. (2564). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ด้วยการจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับแหล่งเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2568). ผลการประเมิน PISA 2022 คณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.). (2560). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning. กรุงเทพมหานคร : สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.).

Gagné, R. M., & Briggs, L. J. (1974). Principles of instructional design. New York, NY : Holt, Rinehart and Winston.

Lyman, F. (1981). The responsive classroom discussion: The inclusion of all students. In A. Anderson (Ed.), Mainstreaming Digest (pp. 109-113). College Park, MD : University of Maryland.

Susilo, A., & Hadi, S. (2025). The effectiveness of think pair share model with science literacy approach in improving students' argumentation ability. INSECTA Integrative Science Education and Teaching Activity Journal, 6(1), 99-110

Weir, J. J. (1974). Problem solving is everybody's problem. The Science Teacher, 41(4), 16-18.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย