แนวทางการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

ผู้แต่ง

  • รัชนันท์ อธิจันทรรัตน์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์
  • ชมแข พงษ์เจริญ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์

คำสำคัญ:

การบริหารสถานศึกษา, หลักธรรมาภิบาล, ผู้บริหารสถานศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน ตำแหน่ง และขนาดสถานศึกษา และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน และครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 297 คน สุ่มแบบแบ่งชั้นตามขนาดของสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาระหว่าง .67 – 1.00 และมีค่าความเที่ยง อยู่ที่ .95 การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า การทดสอบความแตกต่างรายคู่แบบ LSD และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  2) ผลการเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และตำแหน่ง มีความคิดเห็นไม่มีความแตกต่างกันทั้งในภาพรวมและรายด้าน ส่วนจำแนกตามขนาดสถานศึกษามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  และ              3) แนวทางการพัฒนา คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรกำหนดกฎระเบียบ ข้อบังคับ แผนปฏิบัติงานให้อยู่ในกรอบของจรรยาบรรณวิชาชีพ พร้อมทั้งมอบหมายงานหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับบุคลากรในสถานศึกษาโดยไม่เลือกปฏิบัติ  เปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาของสถานศึกษา ทั้งยังมีการกำหนดแผนงานการใช้ทรัพยากรของสถานศึกษาอย่างคุ้มค่า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของสถานศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ

เอกสารอ้างอิง

กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี. (2566). รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2567. นนทบุรี : องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี.

กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี. (2567). รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2567. นนทบุรี : องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี.

ขันแก้ว พรมคำ. (2564). การพัฒนาแนวทางการบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดเลย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

จิรวรรณ มีภูมิ. (2564). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และศิลปะศาสตร์. หาดใหญ่: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

จุฑามาศ ดรอินทร์. (2565). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

พรจันทร์ แจ้งบุตร. (2566). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลในโรงเรียนบ้านท่ามะกา. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศิลปากร

ภัชลฎา จันแกมแก้ว. (2566). หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1. คณะครุศาสตร์ นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

ภารดี เหมะ. (2565). แนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์. สาขาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

รุ่งทิวา กมล. (2563). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายที่ 8 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา: มหาวิทยาลัยราชธานี.

ลัดดาวัลย์ เพชรโรจน์ และอัจฉรา ชำนิประศาสน์. (2562). ระเบียบวิธีการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร : เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.

ศุภณัฐ กุมภาว์. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยยึดหลักธรรมาภิบาลสำหรับ โรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุภาพร สิทธิจันทร์. (2561). สภาพและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3. สาขาการบริหารการศึกษา มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

อรพินท์ สพโชคชัย. (2564). ถอดรหัสธรรมาภิบาลท้องถิ่น. กรุงเทพ: สถาบันพระปกเกล้า.

Krejcie, R.V. & D.W. Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607 – 610.

UNESCO. (2015). Education 2030: Incheon Declaration and Framework for Action. Paris: UNESCO.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-29

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย