วัตถุประสงค์และขอบเขตการตีพิมพ์

วารสารมีนโยบายรับตีพิมพ์บทความเพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผลงานวิจัยที่เป็นองค์ความรู้สำคัญในศาสตร์สาขาวิชาด้านการบริหารธุรกิจ  การจัดการ 
การบริหารทรัพยากรมนุษย์  คอมพิวเตอร์ธุรกิจและสารสนเทศ  การตลาด  การบัญชี  เศรษฐศาสตร์  และนิเทศศาสตร์ นำไปสู่การประยุกต์ใช้ ต่อยอด และพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น สังคม

เพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งทางวิชาการให้กับ คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยและนักศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์ในศาสตร์สาขาวิชาทางด้านวิทยาการจัดการ ก่อให้เกิดประโยชน์ คุณค่า สร้างการยอมรับในสังคม

Peer Review Process (กระบวนการ Review)
     การส่งบทความทุกบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารจะต้องผ่านการกลั่นกรองและพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 3 ท่าน แบบ doubleblind

Language (ภาษาที่รับตีพิมพ์)
     ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

Publication Frequency (กำหนดออก)
     วารสารตีพิมพ์ต่อปี: 2 ฉบับต่อปี (จำนวน 7 บทความต่อฉบับ)
           ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน
           ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม

Publisher (เจ้าของวารสาร)
 
      คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

Sources of Support (ผู้ให้การสนับสนุน)
      สนับสนุนโดย คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

ค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์
      ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม

จริยธรรมการตีพิมพ์ (Publication Ethics)

วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์  ได้ตระหนักเห็นความสำคัญในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพวารสารให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และถูกต้องตามหลักจริยธรรม จรรยาบรรณ เป็นไปตามประกาศศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) เรื่อง การประเมินด้านจริยธรรม จรรยาบรรณวารสารวิชาการไทยในฐานข้อมูล TCI  ดังนั้น วารสารจึงได้กำหนดบทบาทหน้าที่และแนวปฏิบัติตามหลักจริยธรรม จรรยาบรรณในการตีพิมพ์สำหรับบุคคล 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้เขียน 2. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการ และ 3. ผู้ประเมิน ไว้ดังนี้

บทบาทและหน้าที่ของผู้เขียนบทความ (Duties of Authors)

  1. ผู้เขียนบทความจะต้องรับรองผลงานว่าไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน
  2. ผู้เขียนบทความจะต้องให้ความสำคัญกับการอ้างอิงเอกสาร ผลงานทางวิชาการ ฯลฯ ทั้งในเนื้อหาและบรรณานุกรมตามรูปแบบที่วารสารกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
  3. ผู้เขียนบทความจะต้องไม่คัดลอกผลงานหรือข้อความของผู้อื่นมาจนทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของตนเอง หากผู้เขียนมีการนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ในบทความ จะต้องทำการอ้างอิงให้ถูกต้องทุกครั้ง
  4. ผู้เขียนต้องไม่ปกปิดบิดเบือนข้อมูล หรือสร้างข้อมูลเท็จจากความเป็นจริงในการนำเสนอ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
  5. ผู้เขียนต้องเปิดเผยแหล่งเงินทุนที่สนับสนุนหรือกรณีที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนให้ชัดเจน (ถ้ามี)

บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการ (Duties of Editors)

  1. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการ มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคุณภาพของบทความก่อนการตีพิมพ์ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสารที่เปิดรับและพิจารณาตรวจสอบเรื่องการคัดลอกวรรณกรรมของบทความอย่างเคร่งครัด
  2. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้เขียนและผู้ประเมินให้ทราบต่อกันและบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาประเมิน
  3. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องไม่ตีพิมพ์บทความในวารสารของตนเอง เพื่อประโยชน์อื่นใดโดยไม่มีข้อยกเว้น
  4. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องควบคุมกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินงานโดยไม่มีอคติกับผลงานของผู้เขียนบทความและพิจารณาอย่างเป็นธรรม
  5. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ กับผู้เขียนและผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ
  6. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ของวารสารอย่าง เคร่งครัด เพื่อให้วารสารมีคุณภาพตามที่ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทยกำหนด

บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ (Duties of Reviewers)

  1. ผู้ประเมินบทความ ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องในการประเมินบทความ ตลอดช่วงระยะเวลาในการประเมินบทความ
  2. ผู้ประเมินบทความ ควรทำหน้าที่ในการประเมินผลงาน ด้วยความเชี่ยวชาญ ตามความรู้ และประสบการณ์ของตนเองตามหลักวิชาการ โดยไม่มีอคติ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ กับผู้เขียนบทความ
  3. ผู้ประเมินบทความ ควรประเมินผลงานให้สอดคล้องกับเนื้อหาบทความ และถูกต้องตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งส่งผลการประเมินในระยะเวลาที่วารสารกำหนดไว้
  4. ผู้ประเมินบทความ ต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบ หากพบว่ามีเนื้อหาข้อความหรือส่วนหนึ่งส่วนใดซ้ำกับบทความอื่น ๆ