ปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานในชีวิตวิถีถัดไปของ เจ้าหน้าที่สำนักงานบริการ บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
ทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก, กลวิธีการเผชิญปัญหา, ความสุขในการทำงาน, ชีวิตวิถีถัดไปบทคัดย่อ
ในยุคที่สภาพแวดล้อมการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในบริบทของชีวิตวิถีถัดไป
การรักษาความสุขในการทำงานกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก กลวิธีการเผชิญปัญหา และความสุขในการทำงานในชีวิตวิถีถัดไปของเจ้าหน้าที่สำนักงานบริการ บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร และ (2) สร้างสมการทำนายความสุขในการทำงานในชีวิตวิถีถัดไป กลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าหน้าที่สำนักงานบริการ บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร จำนวน 169 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก แบบวัดกลวิธีการเผชิญปัญหาแบบมุ่งแก้ไขปัญหา แบบวัดกลวิธีการเผชิญปัญหาแบบมุ่งอารมณ์ แบบวัดกลวิธีการเผชิญปัญหาแบบหลีกหนี และแบบวัดความสุขในการทำงานในชีวิตวิถีถัดไป มีค่าความเที่ยง เท่ากับ .90, .73, .60, .60 และ .89 ตามลำดับ สถิติ
ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า (1) ทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก การเผชิญปัญหาแบบมุ่งแก้ไขปัญหาและความสุข
ในการทำงานในชีวิตวิถีถัดไปอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนการเผชิญปัญหาแบบมุ่งอารมณ์ และการเผชิญปัญหาแบบหลีกหนีอยู่ในระดับมาก และ (2) ทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกการเผชิญปัญหาแบบมุ่งอารมณ์ และการเผชิญปัญหาแบบหลีกหนี ส่งผลต่อความสุขในการทำงานในชีวิตวิถีถัดไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสามารถร่วมกันทำนายความสุขในการทำงานในชีวิตวิถีถัดไปได้ ร้อยละ 64 โดยมีสมการทำนายความสุข
ในการทำงานในชีวิตวิถีถัดไปโดยใช้คะแนนมาตรฐาน คือ Z'= .78Z1 +.21Z3 -.12Z4
เอกสารอ้างอิง
ธนัชชา โสวรรณดิฐพร. (2566). กลวิธีการรับมือเพื่อลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดทางจิตใจจากความรุนแรงทางคำพูด ของวัยผู้ใหญ่ตอนต้นในเขตกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญา-มหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ, วัชรีพร สาตร์เพ็ชร์, และญาดา นภาอารักษ์. (2562). การคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป G*POWER. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 5(1), 496–507.
พิรุฬห์พร เพียงพิมพ์. (2563) ปัจจัยทุนจิตวิทยาเชิงบวกที่ส่งผลต่อการหมดไฟในการทำงานของข้าราชการรุ่นใหม่ในสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (รายงานการศึกษาวิจัยรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รจิต พุ่มพฤกษ์. (2566). การศึกษาแนวทางเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาภายหลัง สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในภาวะปกติถัดไป [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2552). แผนงานสุขภาวะองค์กรเอกชน. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).
__________ (2552). องค์กรแห่งความสุข. http://www.happy8 workplace.com
สุภารัตน์ ศรีปฏิมากร. (2562). ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการเผชิญปัญหาและฟันฝ่าอุปสรรค การรับรู้การสนับสนุนจากองค์การ และความตั้งใจคงอยู่ในงานของพนักงาน โดยมีความสุขในการทำงานเป็นตัวแปรกำกับ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191–215. https://doi.org/10.1037/0033-295X.84.2.191
Carver, C. S., Scheier, M. F., & Weintraub, J. K. (1989). Assessing coping strategies: A theoretically based approach. Journal of Personality and Social Psychology, 56(2), 267-283. https://doi.org/10.1037/0022-3514.56.2.267
Csikszentmihalyi, M. (1990). Flow: The psychology of optimal experience. Harper & Row.
Diener, E., & Biswas-Diener, R. (2008). Happiness: Unlocking the mysteries of psychological wealth. Blackwell Publishing.
Diener, E., & Myers, D. G. (2003). Subjective well-being: The science of happiness and life satisfaction. New York: Guilford Press.
Folkman, S., & Moskowitz, J. T. (2004). Coping: Pitfalls and promise. Annual Review of Psychology, 55, 745-774. https://doi.org/10.1146/annurev.psych.55.090902.141456
Lazarus, R. S., & Folkman, S. (1984). Stress, appraisal, and coping. Springer.
Locke, E. A. (1976). The nature and causes of job satisfaction. Handbook of industrial and organizational psychology, 1297-1343.
Luthans, F., & Avolio, B. (2003). Authentic leadership development. In K. S. Cameron, J. E. Dutton, &
R. E. Quinn (Eds.), Positive organizational scholarship (241–261). Barrett-Koehler.
Luthans, F., Youssef, C. M., & Avolio, B. J. (2007). Psychological capital: Developing the human competitive edge. Oxford University Press.
Manion J. (2003). Joy at work: Creating a positive workplace. Journal of nursing Administration, 652-659. https://doi.org/10.1097/00005110-200312000-00008
Masten, A. S. (2001). Ordinary magic: Resilience processes in development. American Psychologist, 56(3), 227-238. https://doi.org/10.1037/0003-066X.56.3.227
Rhett, H. W., & Lester, W. J. (2006). Why consumers use and do not use technology-enabled services. Journal of Services Marketing, 20(2), 125–135. https://doi.org/10.1108/08876040610657057
Schaufeli, W. B., Salanova, M., González-Romá, V., & Bakker, A. B. (2002). The measurement of engagement and burnout: A two sample confirmatory factor analytic approach. Journal of Happiness Studies, 3(1), 71-92. https://doi.org/10.1023/A:1015630930326
Seligman, M. E. P. (2006). Learned optimism: How to change your mind and your life. Vintage.
Snyder, C. R., Rand, K. L., & Sigmon, D. R. (1991). Hope theory: A member of the positive psychology family. In C. R. Snyder & D. R. Forsyth (Eds.), Oxford handbook of positive psychology (pp. 257–276). Oxford University Press.
Sonnentag, S., & Fritz, C. (2015). Recovery from job stress: The stressor-detachment model as an integrative framework. Journal of Organizational Behavior, 36(S1), S72–S103. https://doi.org/10.1002/job.1924
Warr, P. (1990). The psychology of happiness in the workplace. Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมจิตวิทยาแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมจิตวิทยาแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมจิตวิทยาแห่งประเทศไทย แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว