การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษตามวิธีโฟนิกส์สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

สัญญา ธรรมสุนา
พรณรงค์ สิงห์สำราญ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่านสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ตามวิธีโฟนิกส์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านสะกดคำศัพท์ ภาษาอังกฤษก่อนและหลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่านสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษตามวิธี โฟนิกส์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 27 คน ที่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่านสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษตามวิธีโฟนิกส์ จำนวน 5 หน่วย 15 กิจกรรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบสอบถาม ความพึงพอใจมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ เครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยมีค่า IOC ระหว่าง 0.67–1.00 แบบทดสอบมีค่าความยากง่าย 0.20–0.80 ค่าอำนาจจำแนก 0.20 ขึ้นไป และค่าความเชื่อมั่น 0.83 ส่วนแบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่น 0.89 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 การทดสอบค่าที (t-test Dependent Samples) ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่านสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษตามวิธีโฟนิกส์ มี ประสิทธิภาพ  E1/E2 = 85.00/86.00 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้  2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้าน การอ่านสะกดคำศัพท์ ภาษาอังกฤษ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 15.00 คะแนน (ร้อยละ 50.00) และหลังเรียนเท่ากับ 25.00 คะแนน (ร้อยละ 83.33) จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน  3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะในภาพรวม อยู่ในระดับมาก (Mean = 4.50, S.D. = 0.50)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ซิลมีย์ มนูญดาหวี และบุญรัตน์ แผลงศร. (2566). การพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเสียงคำภาษาอังกฤษโดยใช้การจัดการเรียนการสอนโฟนิกส์ (Phonics) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 6(1), 35–48. https://so04.tcithaijo.org/index.php/SSRUJPD/article/view/263967

ตวงรัตน์ แซ่จง. (2564). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงโฟนิกส์ (Phonics) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์. วารสารพัฒนศิลป์วิชาการ, 5(2), 116–126. https://so05.tcithaijo.org/index.php/Patanasilpa/article/view/261384

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). สุวีริยาสาส์น.

แสงสุรีย์ ดวงคำน้อย. (2566). การพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเสียงและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์ร่วมกับเกมมัลติมีเดีย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 13(4), 34–45. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/neuarj/article/view/265775

อุบลวรรณ ส่งเสริม. (2567). การจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐานร่วมกับเทคนิคโฟนิกส์เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านสะกดคำและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 7(6), 614–630. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMCR/article/view/6019

Adams, M. J. (1990). Beginning to read: Thinking and learning about print. MIT Press.

Chall, J. S. (1996). Learning to read: The great debate (3rd ed.). Harcourt Brace.

Dilgard, C., Lester, J., & Jafarinaimi, N. (2022). Systematic phonics instruction and early literacy development: A review. Reading and Writing, 35(4), 1021–1046.

Ehri, L. C. (2020). The science of learning to read words: A case for systematic phonics instruction. Reading Research Quarterly, 55, S45–S60.

Futrakul, K. (2022). Developing English listening and pronunciation skills through synthetic phonics teaching principles using Jolly Phonics teaching approach. Valaya Alongkorn Review, 12(3), 229–244.

Koonpornpen, O., & Penruksa, C. (2023). Using the synthetic phonics method on the development of read-aloud ability by English words for Prathomsuksa 3 students of Ketpichaiwitthaya School Saraburi Province. Research and Development Journal Suan Sunandha Rajabhat University, 15(2), 37–45.

National Institute of Child Health and Human Development. (2000). Report of the National Reading Panel: Teaching children to read: An evidence-based assessment of the scientific research literature on reading and its implications for reading instruction (NIH Publication No. 00-4769). https://www.nichd.nih.gov/sites/default/files/publications/pubs/nrp/Documents/report.pdf

Skinner, B. F. (1953). Science and human behavior. Macmillan.