วัฒนธรรมในสภาวะไม่ตรงปก : กรอบแนวคิดสู่การพัฒนาทฤษฎีการบดบังทางวัฒนธรรม

ผู้แต่ง

  • สุวินัย อินทรศักดิ์ นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการออกแบบเชิงวัฒนธรรม คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัย ศิลปากร
  • ภูวนาท รัตนรังสิกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สาขาวิชาศิลปะการออกแบบเชิงวัฒนธรรม คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

DOI:

https://doi.org/10.69598/decjournalartanddesign.5.206-229

คำสำคัญ:

การบดบังทางวัฒนธรรม, การจัดการความหมาย, วัฒนธรรมในสภาวะไม่ตรงปก, ระดับการบดบังทางวัฒนธรรม, ศิลปะจัดวาง, พลวัตทางวัฒนธรรม

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) นิยามและพัฒนากรอบแนวคิด (conceptual framework) ของ “การบดบังทางวัฒนธรรม” (cultural obscuration) เพื่อใช้อธิบายพลวัตของวัฒนธรรมร่วมสมัย 2) วิเคราะห์และสังเคราะห์กระบวนการของการบดบังทางวัฒนธรรมในสามระดับ ได้แก่ ระดับเปลือก (surface obscuration) ระดับความหมาย (meaning obscuration) และระดับโครงสร้าง (structural obscuration) เพื่ออธิบาย “วัฒนธรรมในสภาวะไม่ตรงปก” และ 3) ต่อยอดแนวคิดดังกล่าวสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อสะท้อนกรอบแนวคิด “การบดบังทางวัฒนธรรม” (cultural obscuration)  บทความนี้ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพประเภทการวิจัยเชิงแนวคิดและการตีความ (conceptual and interpretive research) โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสารวิชาการ ทฤษฎีด้านวัฒนธรรมศึกษา งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และกรณีศึกษาจากชุมชนลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ร่วมกับการตีความเชิงศิลปะผ่านงานศิลปะจัดวาง (installation art)

ผลการศึกษาพบว่า แนวคิด Cultural Obscuration สามารถใช้อธิบายสภาวะที่วัฒนธรรมยังคงดำรงอยู่ในเชิงรูปแบบ แต่ความหมาย คุณค่า หรือสาระภายในกลับถูกกลบซ่อน บิดเบือน หรือถูกจัดการ โดยการบดบังดังกล่าวเกิดขึ้นในสามระดับสำคัญ ได้แก่ 1) ระดับเปลือก ซึ่งให้ความสำคัญเพียงรูปแบบและสัญลักษณ์ภายนอก 2) ระดับความหมาย ซึ่งผู้คนยังคงรับรู้ว่าวัฒนธรรมเหมือนเดิมแต่แก่นความหมายได้แปรเปลี่ยนไป และ 3) ระดับโครงสร้าง ซึ่งความหมายของวัฒนธรรมถูกกำหนดและใช้เป็นเครื่องมือเชิงอำนาจจนเกิดสภาวะ “ลับ–ลวง–พราง” ผลการวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่า แนวคิด Cultural Obscuration มีความแตกต่างจากแนวคิดอำนาจนำทางวัฒนธรรม (cultural hegemony) การครอบครองทางวัฒนธรรม (cultural appropriation) และการแปรเปลี่ยนทางวัฒนธรรม (cultural transformation) ตรงที่สามารถอธิบาย “สภาวะการดำรงอยู่ภายใต้ความหมายใหม่” หรือวัฒนธรรมในสภาวะ “ไม่ตรงปก” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผลการสร้างสรรค์งานศิลปะจัดวางยังสะท้อนให้เห็นว่า ศิลปะสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเปิดเผยความหมายที่ถูกบดบัง และกระตุ้นการตระหนักรู้ต่อพลวัตของวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ ทั้งในมิติของการตีความ การสื่อสาร และการตั้งคำถามต่อความหมายของวัฒนธรรมในยุคโลกาภิวัตน์

เอกสารอ้างอิง

สุชาติ เศรษฐมาลินี. (2552). เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยทุนนิยมและวัฒนธรรม. ฟ้าเดียวกัน.

สุชาติ สวัสดิ์ศรี. (2552). ลับ ลวง พราง: ว่าด้วยกลยุทธ์การต่อสู้ทางวัฒนธรรม. อ่าน.

Bourdieu, P. (1990). The logic of practice. Stanford University Press.

Bourdieu, P. (1993). The field of cultural production: Essays on art and literature. Polity Press.

Dewey, J. (1934). Art as experience. Minton, Balch & Company.

Eisner, E. W. (2002). The arts and the creation of mind. Yale University Press.

Foucault, M. (1980). Power/knowledge: Selected interviews and other writings 1972–1977. Pantheon books.

Gramsci, A. (1971). Selections from the prison notebooks. International publishers.

Hall, S. (1997). The work of representation. In Hall, S. (Ed.), Representation: Cultural representations and signifying practices (pp. 13–74). Sage.

Scott, J. C. (1990). Domination and the arts of resistance: Hidden transcripts. Yale University Press.

Sullivan, G. (2010). Art practice as research: Inquiry in visual arts (2nd ed.). Sage.

UNESCO. (2001). UNESCO universal declaration on cultural diversity. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000127160

Ziff, B., & Rao, P. V. (Eds.). (1997). Borrowed power: Essays on cultural appropriation. Rutgers University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

อินทรศักดิ์ ส., & รัตนรังสิกุล ภ. (2026). วัฒนธรรมในสภาวะไม่ตรงปก : กรอบแนวคิดสู่การพัฒนาทฤษฎีการบดบังทางวัฒนธรรม. DEC Journal : Art and Design, 5(2), 206–229. https://doi.org/10.69598/decjournalartanddesign.5.206-229