แนวทางการพัฒนาศักยภาพด้านกฎหมายสำหรับพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด Guidelines for Developing Legal Potential of Buddhist Monks in Roi Et Province
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความการวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการด้านกฎหมายสำหรับพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพด้านกฎหมายของพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด และ 3) แนวทางการพัฒนาศักยภาพด้านกฎหมายสำหรับพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง พระสงฆ์ในพื้นที่จำนวน 17 รูปโดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาและความต้องการด้านกฎหมายสำหรับพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ดพบประเด็นที่สำคัญ 3 ประการ คือ (1) การจัดการทรัพย์สินและที่ดินวัดที่ขาดความชัดเจนทางกฎหมาย (2) การบริหารกิจการคณะสงฆ์ที่ต้องอาศัยความรู้กฎหมายหลายด้าน และ (3) ข้อจำกัดในการให้คำแนะนำกฎหมายแก่ฆราวาสที่มาขอคำปรึกษา พระสงฆ์มีความต้องการพัฒนาความรู้กฎหมายคณะสงฆ์ กฎหมายทรัพย์สิน กฎหมายพื้นฐาน และกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพด้านกฎหมายของพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ดพบว่า อุปสรรคหลักคือภาระหน้าที่ทางศาสนา รูปแบบการอบรมที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และมุมมองที่แยกกฎหมายออกจากพุทธศาสนา ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนคือความตื่นตัวของคณะสงฆ์และนโยบายภาครัฐ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายประกอบด้วย การพัฒนาหลักสูตรอบรมระยะสั้นเฉพาะด้าน การจัดทำคู่มือกฎหมายฉบับภาษาธรรม การสร้างเครือข่ายนักกฎหมายอาสา การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ การจัดตั้งหน่วยให้คำปรึกษากฎหมายประจำเขตปกครองคณะสงฆ์ และการบูรณาการความรู้กฎหมายในการศึกษาพระปริยัติธรรม และ 3) แนวทางการพัฒนาศักยภาพด้านกฎหมายสำหรับพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ดพบว่า แนวทางพัฒนาความรู้ด้านกฎหมายให้พระสงฆ์อย่างเป็นระบบ โดยเน้นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ผลิตสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่ายพร้อมตัวอย่างจริง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ใช้เทคโนโลยีออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะทาง และถ่ายทอดความรู้ผ่านเจ้าคณะท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พระสงฆ์สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชูชัย สมิทธิไกร, (2552). การสรรหา การคัดเลือก และการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณรงค์วิทย์ แสนทอง,. (2550). มารู้จัก Competency กันเถอะ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : เอช อาร์ เซ็นเตอร์.
บุญชม ศรีสะอาด. (2543). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุญสืบ ยังเจริญ. (2568). การพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนตามแนวพุทธ. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 3 (2), 5.
ประสิทธิ์ ฉิมบุญมา. (2564). รูปแบบการถ่ายทอดอาชีพการทําปานซอยในจังหวัดแม่ฮ่องสอน. รายงานวิจัย. เชียงใหม่: กองทุนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
พระเลิศพิพัฒน์ จนฺทปญฺโญ (แก้ววันทอง). (2554). บทบาทของพระสงฆ์ในสังคมโลกาภิวัตน์.วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม. 7(2),7.
พระมหาวิเชียร วชิรธมฺโม และคณะ. (2564). บทบาทของพระสงฆ์กับการพัฒนาสังคมไทยยุคปัจจุบัน.วารสารมหาจุฬาตานีปริทรรศน์ ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 3 (6), 44-45.
อดิศักดิ์ ตั้งปัทมชาติ. (2567). พระสงฆ์กับการเรียนรู้กฎหมายบ้านเมือง. วารสารบัณฑิตศาส์น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 22 (2), 132.
พระมหาเสาร์คำ ธมฺมธีโร (ใส่แก้ว). (2535). ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการลงโทษพระสงฆ์กับกระบวนการยุติธรรมคณะสงฆ์ไทย. วารสารวิจยวิชาการ, 5 (3), 247.
พระมหาประยูร คำมาและคณะ. (2564). การพัฒนาความยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่าด้วยวินัยสงฆ์ไทย, วารสารสหวิทยาการจัดการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 5 (2), 73-84.
สมศักดิ์ สุกเพ็ง. (2566). รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการจัดดำเนินการให้พระภิกษุสละสมณเพศ.คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาอรรถพงษ์ สิริโสภโณ และคณะ. (2565). แนวทางการพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการแบบมีส่วนร่วมในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดมหาสารคาม, วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 9 (3), 362-375.
พระครูบวรชัยวัฒน์ (วันชัย เมธิโก)และคณะ. (2567). ประสิทธิภาพการบริหารกิจการคณะสงฆ์ 6 ด้าน ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอสะเดา (ธ). วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี. 7 (1). 1-2.
พระครูปลัดสำรวย สิริสาโร (ช่างกระโทก). (2559). รูปแบบการพัฒนาศักยภาพของพระสังฆาธิการในการปกครองคณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณณาชวิทยาลัย,
พระครูภาวนารัตนาภรณ์, (2568). ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิในการเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกของพระภิกษุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 8 (1), 139-145.
พระมหาทรงศักดิ์ ชยวฑฺฒโน(หงส์วิลัย). (2563). การพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการในเขตการปกครองคณะสงฆ์ภาค 25, วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7 (4), 219-226.
พิรดา มาลาม. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโรงเรียนสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัยธมศึกษา เขต 24. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารจัดการการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยการสรางระบบบริหารกิจการบานเมืองและสังคมที่ดีพ.ศ. 2542.(2542, 10 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 116 ตอนที่ 63 ง.
สนอง ธัญญานนท์และคณะ. (2564). รูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์. 6 (1), 76-77.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). (2552). หลักธรรมาภิบาลในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
Dicey, A. V. (1885). Introduction to the Study of the Law of the Constitution. London: Macmillan
Locke, J. (1689). Two treatises of government. Awnsham Churchill.
Rawls, J.. (1971). A theory of justice. Harvard University Press.
Nadler, Leonard, and Wiggs, Garland D.. (1989). Managing Human Resource Development. San Francisco: Jossey-Bass.
Weber, M.. (1978). Economy and society: An outline of interpretive sociology. University of California Press.