การวางท่าทีความสัมพันธ์ทางทหารของประเทศไทยภายใต้การแข่งขันจีน–สหรัฐ : การวิเคราะห์ผ่านกรอบทฤษฎีความเกี่ยวพัน และยุทธศาสตร์การวางตัวแบบถ่วงดุลเชิงป้องกันความเสี่ยง Thailand’s Military Posture under China–U.S. Strategic Competition: An Analysis through Engagement Theory and the Hedging Strategy Framework
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การวางท่าทีความสัมพันธ์ทางทหารของประเทศไทยภายใต้บริบทการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา โดยเชื่อมโยงกรณีความขัดแย้งไทย–กัมพูชาเข้ากับบทบาทของกองทัพไทยในฐานะเครื่องมือด้านความมั่นคงของรัฐ การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์เอกสารจากงานวิชาการ เอกสารนโยบายด้านความมั่นคง และงานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางทหารของไทยกับจีนและสหรัฐอเมริกา โดยใช้กรอบทฤษฎีความเกี่ยวพัน (Linkage Theory) เพื่ออธิบายความเชื่อมโยงของปัจจัยในหลายระดับ ได้แก่ ระดับโครงสร้างของระบบการเมืองระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับรัฐชาติ ควบคู่กับแนวคิดยุทธศาสตร์การวางตัวแบบถ่วงดุลเชิงป้องกันความเสี่ยง (Hedging Strategy) เพื่ออธิบายพฤติกรรมเชิงนโยบายของรัฐขนาดกลางภายใต้การแข่งขันของมหาอำนาจ ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า การวางท่าทีทางทหารของไทยมิได้เป็นเพียงการตอบสนองต่อการแข่งขันจีน–สหรัฐในระดับโครงสร้าง หากแต่เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างแรงกดดันระดับระบบโลกกับบริบทความมั่นคงในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงของไทย พฤติกรรมของไทยสะท้อนการวางตัวแบบถ่วงดุลเชิงป้องกันความเสี่ยงผ่านการรักษาความสัมพันธ์ทางทหารกับทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาอย่างยืดหยุ่นและไม่ผูกมัดเชิงพันธะสัญญา ในเชิงนโยบาย บทความเสนอว่าความเป็นกลางเชิงรุกและการใช้กองทัพเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง โดยเสนอนโยบายไว้ 3 ประเด็น คือ 1) พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการจัดหาอาวุธจากต่างประเทศ และเสริมสร้างความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในระยะยาว 2) ส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงแบบพหุภาคี โดยใช้กรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค 3) พัฒนาระบบข่าวกรองเชิงยุทธศาสตร์และการประเมินภัยคุกคาม เพื่อให้ไทยสามารถติดตามพลวัตการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจและปรับนโยบายความมั่นคงได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการกำหนดนโยบายความมั่นคงแบบเชื่อมโยงหลายระดับ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในฐานะรัฐขนาดกลางภายใต้บริบทการแข่งขันมหาอำนาจที่มีความไม่แน่นอนสูง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Acharya, A. (2018). The end of American world order (2nd ed.). Polity Press.
Bisley, N. (2020). Contest for the Indo-Pacific: Why China won’t map the future. International Affairs, 96(6), 1513–1531. https://doi.org/10.1093/ia/iiaa149.
Bradford, J. F. (2022, February 16). Chinese military basing in Cambodia: Why be so up in arms? RSIS Commentary (No. 008/2022). S. Rajaratnam School of International Studies, Nanyang Technological University. https://www.rsis.edu.sg/wp-content/uploads/2022/02/IP22008.pdf.
Doung, C., Kang, W., & Kim, J. (2022). Cambodia’s foreign policy choice during 2010–2020: From strategic hedging to bandwagoning. The Korean Journal of International Studies, 20(1), 55–88. https://doi.org/10.14731/kjis.2022.04.20.1.55.
Ikenberry, G. J. (2020). The next liberal order. Foreign Affairs, 99(4), 133–142.
ISEAS – Yusof Ishak Institute. (2024). The state of Southeast Asia: 2024 survey report. ISEAS Publishing.
Kuik, C.-C. (2008). The essence of hedging: Malaysia and Singapore’s response to a rising China. Contemporary Southeast Asia, 30(2), 159–185. https://doi.org/10.1355/CS30-2A.
Kuik, C.-C. (2016). How do weaker states hedge? Unpacking ASEAN states’ alignment behavior towards China. Journal of Contemporary China, 25(100), 500–514. https://doi.org/10.1080/10670564.2015.1132714.
Kuik, C.-C. (2023). Shades of grey: Riskification and hedging in the Indo-Pacific. The Pacific Review, 36(6), 1181–1214. https://doi.org/10.1080/09512748.2022.2110608.
Medeiros, E. S. (2019). The changing fundamentals of U.S.–China relations. The Washington Quarterly, 42(3), 93–119. https://doi.org/10.1080/0163660X.2019.1666355.
Smith, S., Hadfield, A., & Dunne, T. (2021). Foreign policy: Theories, actors, cases (4th ed.). Oxford University Press.
Storey, I. (2023). Southeast Asia and the major power competition in the Indo-Pacific. Contemporary Southeast Asia, 45(1), 1–24. https://doi.org/10.1355/cs45-1a.