มุมมองเชิงวัฒนธรรม: บทบาทของโรงเรียนสอนขับรถในการสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย Cultural Perspective: The Role of Driving Schools in Creating Safety Awareness
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนสอนขับรถ และ 2) แนวทางการนำมุมมองเชิงวัฒนธรรมไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติ ผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจง ประกอบด้วย 1) กลุ่มผู้รู้ คือ กลุ่มบุคคลที่มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความเชื่อ และมุมมองเชิงวัฒนธรรม 2) กลุ่มผู้ปฏิบัติ คือ กลุ่มบุคคลที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองเชิงวัฒนธรรมไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติ 3) กลุ่มบุคคลทั่วไป คือ ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลที่ไม่เคยเรียนโรงเรียนสอนขับรถ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นประจำ ผู้ใช้ถนนทั่วไป การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิจัย เชิงคุณภาพทางวัฒนธรรม โดยใช้เครื่องมือในการเก็บรวมรวบข้อมูล คือ แบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต จัดประชุมกลุ่มย่อยและการประชุมเชิงปฏิบัติการ
ผลการวิจัยพบว่า 1) โรงเรียนสอนขับรถมีบทบาทเป็นกลไกทางสังคมและวัฒนธรรมในการหล่อหลอมจิตสำนึก ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้ถนนอย่างปลอดภัย เป็นระบบ และยั่งยืนในบริบทสังคมไทย 2) มุมมองเชิงวัฒนธรรมเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยต้องบูรณาการอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมสู่ นโยบาย การศึกษา การสื่อสาร และการมีส่วนร่วมของชุมชน อย่างเป็นระบบ สอดคล้องบริบทพื้นที่ และเสริมความเป็นเจ้าของทางสังคม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมการขนส่งทางบก. (2566). แนวทางการพัฒนาโรงเรียนสอนขับรถเพื่อความปลอดภัยทางถนน. กรุงเทพฯ: กรมการขนส่งทางบก.
กษริน ตริณตระกูล. (2568). แนวทางการแก้ไขปัญหาและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงวันหยุดเทศกาล: การขับขี่รถจักรยานยนต์ในจังหวัดปทุมธานี. วารสารการจัดการการท่องเที่ยว นันทนจิตและจิตบริการ, 6(2), 45–58.
เขมกร เที่ยงทางธรรม, สมรักษ์ ศิริเขตรกรณ์, ณัฐมา รองมาลี, และ พณัญญา เชื้อดำรง. (2568). สุขภาวะ ทัศนคติ และพฤติกรรมความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะเขตเมือง. วารสารสถาบันราชประชาสมาสัย, 9(3), 42–55.
งามพิศ สัตย์สงวน. (2539). การวิจัยทางมานุษยวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชญานิน กฤติยะโชติ, สุภาภรณ์ ทัศนพงศ์, อนุพันธ์ สุวรรณพันธ์, ประสิทธิ์ บุญเสนอ, และ ภาณุวัตร พันธ์พงษ์. (2567). การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนผ่านกลไกชุมชน: กรณีศึกษาด่านชุมชนปากหวาน ตำบลกุดเสลา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิชาการรัตนบุศย์, 6(2), 119–132.
ทรงคุณ จันทจร. (2553). ทฤษฎีวัฒนธรรมและสังคม. มหาสารคาม: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ธีรบูลย์ รัชตะวิมลรัตน์. (2568). การพัฒนารูปแบบการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแบบบูรณาการโดยใช้กลไกพื้นที่ในจังหวัดศรีสะเกษ. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 10(5), 337–351.
นงลักษณ์ เกษมสุข. (2565). บทบาทสถาบันฝึกอบรมในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนของคนไทย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 21(3), 75–92.
ในตะวัน กำหอม. (2559). การวิจัยประยุกต์ทางวัฒนธรรม (เล่ม 2). กรุงเทพฯ: วิทยาลัยทองสุข.
บุณญานรี วรรธนะสาร. (2567). วัฒนธรรมความปลอดภัย: กรณีการนำนักเรียนไปทัศนศึกษา. Wisdom Journal of Humanities and Social Science, 1(5), 59–69.
ภัทรา ศรีอุดม. (2563). วัฒนธรรมการขับขี่กับจิตสำนึกความปลอดภัยของคนไทย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 18(2), 101–118.
มิณฑกานต์ สร้อยแสง, และ กิ่งกาญจน์ จงสุขไกล. (2563). การตอบสนองด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนของผู้ใช้รถใช้ถนนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในเขตพื้นที่เสี่ยงจังหวัดปทุมธานี. วารสารมนุษยศาสตร์ (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 9(2), 125–140.
สุทธินันท์ รัตนกุล. (2563). วัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน: แนวทางการพัฒนาพฤติกรรมผู้ขับขี่ในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
สุธาสินี มณีวรรณ. (2564). การปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยในสังคมไทย: แนวทางและกลยุทธ์เชิงนโยบาย. วารสารสังคมศาสตร์และพัฒนา, 19(2), 33–50.
สุบัณฑิต จันทร์สว่าง, ภาราดร แก้วบุตรดี, พระครูวิโชติสิกขกิจ, ศราวุธ ปลอดภัย, และ ปริญญา นิกรกุล. (2565). รถจักรยานยนต์สาธารณะว่าด้วยการเชื่อมโยงความปรารถนาทางสังคม. มจร การพัฒนาสังคม, 7(1), 359–371.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. Freeman.
Deffenbacher, K. A. (2003). The influence of arousal on reliability of testimony. In S. M. A. Lloyd-Bostock & B. R. Clifford (Eds.), Evaluating witness evidence (pp. 235–251). Wiley.
Hannam, K., Sheller, M., & Urry, J. (2006). Editorial: Mobilities, immobilities, and moorings. Mobilities, 1(1), 1–22. https://doi.org/10.1080/17450100500489189.
Reason, J. (1990). Managing the risks of organizational accidents. Ashgate.
United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific. (2022). Ageing and road safety in Asia-Pacific: Policy perspectives. UNESCAP.
World Health Organization. (2023). Global status report on road safety 2023. WHO Press. https://www.who.int/publications/i/item/9789240086517.