บทบาทการส่งเสริมผู้เรียนด้านทักษะการจัดการตนเองของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 Role of School Administrators in Promoting Executive Functions under the Buriram Primary Educational Service Area Office 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาบทบาทการส่งเสริมผู้เรียนด้านทักษะการจัดการตนเองของผู้บริหารสถานศึกษาการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง คือ ครู จำนวน 320 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการพัฒนาบทบาทการส่งเสริมผู้เรียนด้านทักษะการจัดการตนเองของผู้บริหารสถานศึกษา จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คนที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับ มาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ด้านการสร้างความผูกพัน และไว้วางใจ และสภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านการเรียนรู้ทักษะทางสังคม และความต้องการจำเป็นมากที่สุด คือ ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย 2) แนวทางการพัฒนาบทบาทการส่งเสริมผู้เรียนด้านทักษะการจัดการตนเองของผู้บริหารสถานศึกษา ใน 4 ด้าน คือ ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก โดยเชื่อมโยงกับชีวิตจริงและทรัพยากรท้องถิ่น ด้านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูล เหมาะสม ผู้บริหารสถานศึกษาควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีสุขอนามัยดี ด้านการเรียนรู้ทักษะทางสังคม ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมให้นักเรียนรับรู้เข้าใจความคิด และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง สร้างโอกาสให้เด็กเรียนรู้การประนีประนอม ด้านการสร้างความผูกพันและไว้วางใจ ผู้บริหารสถานศึกษาควรสนับสนุนให้นักเรียนควบคุมอารมณ์และความคิด ส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ เปิดให้โอกาสในการแสดงความคิดเห็น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กฤษณี วิรัชกุล. (2563). การบริหารวิชาการเพื่อชีวิตที่สำเร็จตามแนวคิดทักษะการวางแผน Executive Functions (EF) ของโรงเรียนในเครือใบไม้ผลิ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.
จุฑามาศ แหนจอน. (2560). การพัฒนาหน้าที่บริหารจัดการของสมองสำหรับวัยรุ่นโดยหลักสูตรการเรียนรู้แบบบูรณาการ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(2), 130-144.
ณัฏฐณี สุขปรีดี. (2564). การพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF) ในสภาวะวิกฤต. สืบค้นเมื่อ12 พฤษภาคม2567 จาก : https://www.eef.or.th/article-executive-functions-151221.
พาสนา จุลรัตน์, ธรรมโชติ เอี่ยมทัศนะ, และ ภารดี กำภู ณ อยุธยา. (2562). การสร้างแบบวัดการคิดเชิงบริหารของนักเรียนวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารสุทธิปริทัศน์, 33(107), 94-110.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสถาบัน RLG. (2561). คู่มือพัฒนาทักษะสมอง EF Executive Functions ในเด็กวัย 7-12 ปี สำหรับพ่อแม่ และครู. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : อักษรสัมพันธ์ (1987).
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. สืบค้นเมื่อ 15 มีนาคม 2567 จาก : https://sites.google. com/buriram1.go.th/ planbrm1
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). แนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามบริบทไทย แนวทางการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมทักษะทางสมอง EF (Executive Function). พิมพ์ครั้งที่ 10. นนทบุรี : 21 เซ็นจูรี่ จำกัด.
สุภาวดี หาญเมธี. (2561). คู่มือพัฒนาทักษะสมอง EF Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย.กรุงเทพฯ : มติชน.
Ackerman, Debra J. (2017). Preschoolers Executive Function: Importance, Contributors, Research Needs and Assessment Options. ETS Research Series, 2017(1), 1-24.
OECD. (2022). The future of education and skills Education 2030. Retrieved from https://www.oecd.org/education/2030project/contact/E2030%20Position%20 Paper%20(05.04.2018).