การพัฒนาพื้นที่ศิลปะเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดราชบุรี Development of creative art areas in Ratchaburi Province
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจ ศึกษาศิลปะเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนในจังหวัดราชบุรี 2) เสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดราชบุรี และ3) เสนอแนวทางการส่งเสริมพื้นที่ศิลปะเชิงสร้างสรรค์เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 20รูป/คน
ผลการวิจัย พบว่า 1) สำรวจ ศึกษาศิลปะเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนในจังหวัดราชบุรี จากผลการสำรวจพบว่า ศิลปะเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนในจังหวัดราชบุรี มีความหลากหลายและสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างเด่นชัด โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ศิลปหัตถกรรม 2.ศิลปะการแสดงและดนตรีพื้นบ้าน 3. ศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบสร้างสรรค์ และ 4. ศิลปะที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและประเพณีท้องถิ่น 2) เสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดราชบุรี พบว่า นโยบายและกระบวนการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดราชบุรีควรมุ่งเสริมสร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยกำหนดนโยบายที่เน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน และสนับสนุนการประยุกต์ศิลปะพื้นถิ่นสู่ผลงานร่วมสมัย โดยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ–เอกชน–ชุมชน และ 3) เสนอแนวทางการส่งเสริมการพื้นที่ศิลปะเชิงสร้างสรรค์เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ พบว่า แนวทางการส่งเสริมพื้นที่ศิลปะเชิงสร้างสรรค์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ 1.สำรวจและคัดเลือกพื้นที่ 2.วางแผนและออกแบบแนวคิดพิพิธภัณฑ์ 3.พัฒนาและจัดตั้งพื้นที่ ปรับปรุงอาคาร รวบรวมและอนุรักษ์ชิ้นงานศิลปะ และ 4.บริหารจัดการและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวจะช่วยยกระดับพื้นที่ศิลปะเชิงสร้างสรรค์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีความยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ธีรพงษ์ บุญรักษา และชูศักดิ์ สุวิมลเสถียร.(2559). การจัดการวัฒนธรรมชุมชน: ภูมิปัญญาในการเสริมสร้างความมั่นคงผู้สูงอายุ กรณีศึกษา ชุนลาหู่ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่.วารสารศิลปกรรมบูรพา,19(1),109-110.
พรรณงาม โควานนท์.(2558).การศึกษาองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมการปั้นและหล่อพระพุทธรูปโลหะบ้านช่างหล่อ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสอนวิทยาศาสตร์,บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
พลอยภัทรา ตระกูลทองเจริญ.(2557).การศึกษาความตระหนักในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วม: กรณีศึกษา หมู่บ้านศาลาแดงเหนือ เชียงรากน้อย. สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ราชบัณฑิตยสถาน.(2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554.กรุงเทพมหานคร: ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์.
ศิรินิภา จาดชนบท.(2555).การจัดการวัฒนธรรมเชิงพาณิชย์: ศึกษาผ่านการออกแบบผ้ากลุ่มชาติพันธ์พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย.วิทยาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม,บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์.(2560). จิตรกรรมฝาผนังพุทธอุโบสถอีสานในบริบทสังคมวัฒนธรรม ท้องถิ่นสมัย ประเทศสยาม.วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม,5(2),41-50.
สันทรชัย ชอบยศ.(2562). แนวทางในการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมโดยความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ในท้องถิ่น: กรณีศึกษาการจัดการสิมและฮูปแต้ม ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคราม. วารสารการเมืองการปกครอง, 9(1),55.
สุนทร ศรีหนองบัว.(2560).การเรียนรู้ร่วมกันเพื่อการจัดการวัฒนธรรมท้องถิ่น บ้านสาวะถี ตำบลสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาไทยคดีศึกษา,บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาสารคราม.