ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดกัญชงของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพรบ้านเสรีราษฏร์ ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก Consumer Satisfaction Towards the Development of Hemp Massage Oil Products by the Ban Seri Rat Herbal Processing Community Enterprise in Chong Khaeb Subdistrict, Phop Phra District, Tak Province
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดกัญชงของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพร บ้านเสรีราษฎร์ ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก และ (2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดกัญชงของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพร บ้านเสรีราษฏร์ ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มประชากรที่เกี่ยวข้อง คือ (1) สมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพรบ้านเสรีราษฎร์ จำนวน 20 คน ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชง โดยใช้วิธีการสนทนาแบบกลุ่ม และ (2) กลุ่มผู้บริโภคที่เคยซื้อผลิตภัณฑ์กัญชงของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสมุนไพรบ้านเสรีราษฎร์ เนื่องจากไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอนของผู้บริโภค จึงกำหนดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็นด้วยวิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย ทั้งนี้ ผู้วิจัยสามารถรวบรวมแบบสอบถามจากกลุ่มเป้าหมายได้ทั้งหมด 376 ชุด คิดเป็นร้อยละ 94 ของแบบสอบถามที่แจกไปทั้งหมด 400 ชุด
ผลการวิจัยประกอบด้วย 2 ส่วน คือ (1) การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดกัญชงของวิสาหกิจชุมชนบ้านเสรีราษฎร์เกิดจากความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชงเพื่อเพิ่มมูลค่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยเน้นการสร้างเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของชุมชน พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสำคัญ และ (2) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคจำนวน 376 คน พบว่ามีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดกัญชงในภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” (ค่าเฉลี่ย = 4.51) โดยสามารถแบ่งการประเมินออกเป็นสองด้าน คือ (1) ด้านผลิตภัณฑ์ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” (ค่าเฉลี่ย = 4.50) และ (2) ด้านบรรจุภัณฑ์ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” (ค่าเฉลี่ย = 4.53)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กันตพร ช่วงชิด และนิศาชล ลีรัตนากร. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการซื้อเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาและกัญชงของผู้บริโภคในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 43(2), 244-265.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2567). สถิติสำหรับงานวิจัย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐเศรษฐ์ น้ำคำ, สุรชัย บุญเจริญ, มนตรี ใจเยี่ยม และสนธยา แพ่งศรีสาร. (2567). การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรวิสาหกิจชุมชน บ้านเกาะโสภี ตำบลหนองนางนวล อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี. วารสารเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. 7(1), 13-24.
พีรวรรณ วรรธนะเมธาวงศ์, บุษกร วัฒนบุตร และภูวิช ไชยคำวัง. (2567). การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมความงามจากน้ำมันเมล็ดกัญชงสู่ธุรกิจสร้างสรรค์. Journal of Roi Kaensarn Academi. 9(12), 1051-1065.
ลัดดาวัลย์ เพชรโรจน์ และคณะ. (2562). สถิติสำหรับการวิจัยและเทคนิคการใช้ SPSS (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วชิระ เกตุเพชร และคณะ. (2566). การศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกกัญชงพันธุ์ CBD type และ Superfood type Comparison Studies of Cultivation Technology of CBD and Superfood Hemp Varieties. วารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร. 41(3), 1-20.
สุนิตย์ เหมนิล และณัฐศิริ พงศาวลี. (2564). "จากดั้งเดิม สู่แนวใหม่": การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืน กรณี กลุ่มประมงดอนแก้ว จังหวัดอุดรธานี. Journal of Community Development Research (Humanities and Social Science). 14(2), 106-118.
อาทิตยา ลาวงศ์,อรรถกร จัตุกูล,ขัตติยา ชัชวาลพาณิชย์,ปัญจมาพร ผลเกิด และวรินทร์พิพัชร วัชรพงษ์เกษม. (2564). แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อการแข่งขันของวิสาหกิจชุมชน ตำบลสวายจีก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารสหวิทยาการจัดการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. 5(1), 23-33.
Best, J. W. (1977). Research in Education. New Jersey: Prentice hall Inc.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of Psychological Testing. New York: Harper & Row.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On The Use of Content Specialists in The Assessments of Criterion-Referenced Test Item Validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49-60.