รูปแบบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในเขตตรวจราชการที่ 8 A Model of Innovative Leadership Based on the Seven Principles of Sappurisadhamma for School Administrators Under the Office of Primary Education Service Area in Cluster 8

Main Article Content

ชนม์ชนก จันโทริ
พีรวัฒน์ ชัยสุข
สมศักดิ์ บุญปู่

บทคัดย่อ

วิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมสำหรับผู้บริหารการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในเขตตรวจราชการที่ 8 2) เพื่อพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรมสำหรับผู้บริหารการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในเขตตรวจราชการที่ 8 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรมสำหรับผู้บริหารการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในเขตตรวจราชการที่ 8 4) เพื่อประเมินรูปแบบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรมสำหรับผู้บริหารการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในเขตตรวจราชการที่ 8 การวิจัยแบบดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้กลุ่มตัวอย่าง 254 คน และทดลองใช้รูปแบบกับกลุ่มตัวอย่าง 30 คน การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย 10 คน และการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน


          ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้บริหารมีความต้องการจำเป็นด้านภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมในระดับมาก โดยด้านที่มีความ ต้องการสูงสุดคือ ด้านการเสริมสร้างศักยภาพและการพัฒนาผู้อื่น รองลงมาคือ ด้านการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรม และด้านการมีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ตามลำดับ 3) รูปแบบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรมประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ส่วนนำ กระบวนการนำไปใช้ แนวทางการประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ 4) ผลการทดลองใช้พบว่า ผู้บริหารมีภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก กิจกรรม ที่มีประสิทธิผลสูงสุดคือ กิจกรรม กลยุทธ์คิดไกล ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยธรรม และกิจกรรมที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดคือ กิจกรรม Trust Forward เปิดใจเปิดทางสร้างพลังแห่งนวัตกรรม 5)  ผลการประเมินรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปน้อยคือ ด้านความถูกต้อง ด้านความเป็นประโยชน์ ด้านความเป็นไปได้ และด้านความเหมาะสมตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารูปแบบดังกล่าวมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้พัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรมได้จริง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันโทริ ช., ชัยสุข พ., & บุญปู่ ส. (2025). รูปแบบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในเขตตรวจราชการที่ 8: A Model of Innovative Leadership Based on the Seven Principles of Sappurisadhamma for School Administrators Under the Office of Primary Education Service Area in Cluster 8. วารสารวิชาการรัตนบุศย์, 7(3), 392–402. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/rtnb/article/view/9236
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติ สมอุ่มจารย์. (2568). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษากับการพัฒนาการเรียนรู้ยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: โรงเรียนสารคุณวิทยา สำนักเขตการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 7.

กัลยรัตน์ เมืองสง. (2550). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน .ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย, ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กาญจนา นิธีจันทร์, สุรพล พุฒคำ, แล กันต์ฤทัย คลังพหล. (2556). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษาระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 7(1), 13–14.

จุรีพร รักสบาย. (2564). การบริหารจัดการสถานศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก.วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.

พระครูสมุห์ทิพย์ สิริธมฺโม (การเพียร). (2561). รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย,พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2545). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.

พระมหาบัณฑิต ปณฺฑิตเมธี (ชรินทร์). (2564). รูปแบบการพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พิทักษ์ พิมพ์ทอง. (2566). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมโดยใช้กลยุทธ์ PTAUY Model สำหรับนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านหนองม่วง). Journal of Roi Kaensarn Academi, 8(8), 510.

ประสิทธิ์ คำพล. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมจริยธรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี.วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย, กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยศิลปากร.

มกราพันธ์ จูฑะรสก, และ ศุกร์ใจ เจริญสุข. (2562). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในองค์กร. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 19(4), 167–168.

สุพรทิพย์ ธนภัทรโชติวัต. (2558). การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์วิชาชีพครูเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะครูในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 17(1), 33.

สุรพันธ์ สุวรรณศรี, และคณะ. (2567). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมและสมรรถนะที่พึงประสงค์ของครูตามแนวพุทธศาสนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารการบริหารการศึกษา มมร. วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 4(1), 134.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3, ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เสาวลักษณ์ พันธุ์เพ็ง, และคณะ. (2564). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 16(1), 1–12.

วัฒนา สุวรรณไตรย์, & ประยูร บุญใช้. (2559). การพัฒนารูปแบบกิจกรรมพัฒนาจริยธรรมของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี). คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

Best, A., & Andreasen, A. R. (1977). Consumer response to unsatisfactory purchases: A survey of perceiving defects, voicing complaints, and obtaining redress. Law & Society Review, 11(4), 701–742. https://doi.org/10.2307/3053179.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Leith wood, K., & Jantzi, D. (2006). Transformational school leadership for large-scale reform: Effects on students, teachers, and their classroom practices. School Effectiveness and School Improvement, 17(2), 201–227.

Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Reading in attitude theory and measurement (pp. 90–95). Wiley & Sons.