พุทธนวัตกรรมกายบริหารการเดินจงกรมสำหรับการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด Innovative Buddhist Physical Exercises Walking Meditation for Promoting Health of Monks in Roi Et Province
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ 1. เพื่อศึกษาหลักการเดินจงกรมในพระพุทธศาสนา 2. เพื่อพัฒนาพุทธนวัตกรรมกายบริหารการเดินจงกรมสำหรับการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด และ3. เพื่อนำเสนอพุทธนวัตกรรมกายบริหารการเดินจงกรมสำหรับการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถาม และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ พระสงฆ์ จำนวน 30 รูป โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติพรรณนาโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 รูป และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบทและสังเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า 1. หลักการเดินจงกรมในพระพุทธศาสนา พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับ (𝑥̅ =3.53 S.D. =0.72) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเดินจงกรม อยู่ในระดับปานกลาง ด้านความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการเดินจงกรมและด้านความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก 2. การพัฒนาพุทธนวัตกรรมกายบริหารการเดินจงกรมสำหรับการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับ (𝑥̅ =3.23 S.D. =0.66) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน 3. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับพุทธนวัตกรรมกายบริหารการเดินจงกรมสำหรับการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด คือ 1. ภารกิจด้านศาสนกิจของพระสงฆ์ เช่น งานพิธี งานศพ ทำให้มีเวลาน้อยต่อการฝึกอย่างสม่ำเสมอ 2. มีการวิจัยและเก็บข้อมูลผลลัพธ์ด้านสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อนำมาปรับปรุงนวัตกรรมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น 3. ควรเผยแพร่แนวทางพุทธนวัตกรรมกายบริหารนี้ไปยังจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้พระสงฆ์และประชาชนได้ประโยชน์ร่วมกัน 4. ภารกิจด้านศาสนกิจของพระสงฆ์ เช่น งานพิธี งานศพ ทำให้มีเวลาน้อยต่อการฝึกอย่างสม่ำเสมอ 5.บูรณาการการเดินจงกรมเข้ากับกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินก่อนหรือหลังทำวัตร เพื่อให้ปฏิบัติได้ต่อเนื่อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์.(5559).กรมการแพย์เปิดตัวโครงการพัฒนาการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณรทั่วประเทศ. สารกรมการแพทย์, 21(5): 3.
พระครูประภากรสิริธรรม (เกษม สุวณฺโณ).(2560).การศึกษาสุขภาวะของผู้สูงอายุในเขตชุมชนท่าอิฐ วัดแสงสิริธรรม ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรสิทธิ์ เตชปญฺโญ (พรมพิมาย) .(2558).ศึกษาความเข้าใจเรื่องการเดินจงกรมในการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาของอุบาสกอุบาสิกาวัดหทัยนเรศวร์อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ.(2543).พระพุทธศาสนากับการดูแลรักษาสุขภาพแบบบองค์รวม. สงขลา : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
พระวิสุทธิญาณเมธี (ไพบูลย์ กตปญโญ).( 2555).ศึกษาการเดินจงกรมในการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา.วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ภูชิต สุวรรณวัฒน์.(2550).ผลการฝึกเดินจงกรมที่มีต่อการทรงตัวของผู้สูงอายุ. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา.กรุงเทพฯ :มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
โรงพยาบาลสงฆ์.(2561).สถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ปี.2557.สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2567 จากhttps://www.priest-hospital.go.th/index.php.
วริยา ชินวรรโณและคณะ.(2537).สมาธิในพระไตรปิฎก : วิวัฒนาการการตีความคำสอนเรื่องสมาธิในพระพุทธศาสนาฝ้ายเถรวาทในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุทัยวรรณ เลาประเสริฐสุข.(2546).การศึกษาเชิงวิเคราะห์พุทธวิธีบรรเทาทุกข์ยามเจ็บป่วย. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย:มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.