แนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา Guidelines for School Administration Based on the Thailand 4.0 Policy under the Office of the Educational Service Area
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินงานปัจจุบันของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 2) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และ 3) เสนอแนะแนวทางพัฒนาสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 385 คน ได้จากการคำนวณโดยสูตรทาโร่ ยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการดำเนินงานปัจจุบันต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พบว่า การเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายมีระดับอยู่ในระดับปานกลาง โดยรับรู้มากที่สุดจากสื่อสังคมออนไลน์ สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับสูง ขณะที่การส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ในสถานศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง 2) ปัจจัยด้านทัศนคติการยอมรับนโยบายมีระดับปานกลาง ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 อยู่ในระดับปานกลาง และการมีส่วนร่วมในโครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของสถานศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง 3) แนวทางพัฒนาสถานศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้แก่ การพัฒนาผู้บริหารให้มีภาวะผู้นำพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและนักเรียนให้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพครู การสนับสนุนเครือข่ายวิชาการและเครือข่ายทางสังคมระหว่างสถานศึกษา การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา เทคโนโลยี และการจัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ของผู้เรียน รวมทั้งการส่งเสริมโครงการพัฒนาทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักเรียนโดย ตัวแปรต่าง ๆ มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางต่อการดำเนินงานตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2560). แนวทางการบริหารโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กรวิก พรนิมิต.(2560). ความรู้ ความเข้าใจนโยบาย Thailand 4.0 ในจังหวัดเชียงใหม่และลำปาง.วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ,27(4),871-882.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ.
กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพ. (2559). พิมพ์เขียว Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน.กรุงเทพมหานคร.
การพัฒนาหลักสูตร. (2560).หนังสือเรียนการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น.สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2568 จาก : http://members.thai.net/thaitap/ac.
จิรัฏฐ์ แจ่มสวาง. (2560). ครูยุคใหม่...สร้างเด็กไทย 4.0. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2568 จาก, จาก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=49634&Key=news_act.
จุฑารัตน์ ศราวณะวงศ์. (2551). การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยความสําเร็จในการจัดการความรู้. วารสารวิจัยสมาคมห้องสมุด. 1(1), 35-49.
ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ. (2560). การจัดการศึกษา 4.0 กบการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์พัฒนาประยุกต์วิชาการ.
ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์. (2560). ครูและนักเรียนในยุคการศึกษาไทย 4.0. วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม, 7(2), 14–29. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/e-jodil/article/view/222194.
ศิริลักษณ์ ชมพูคํา. (2561). เป็น 'ครู' ยุค 4.0 ทำอย่างไร จิตอาสาพลังแผ่นดิน. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2568 จาก https://www.thaihealth.or.th/Content/40479
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). กรอบกลยุทธ์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579). กรุงเทพฯ : สํานักนายกรัฐมนตรี.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). แผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนา กลุ่มจังหวัด (พ.ศ. 2560 – 2564). กรุงเทพฯ : สํานักนายกรัฐมนตรี.