องค์ประกอบและศักยภาพของแหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์บนพื้นฐานอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น Components and Potential of Buddhist Art Learning Resources Based on Local Identity and Culture
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะและองค์ประกอบของแหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์บนพื้นฐานอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น วิเคราะห์ศักยภาพด้านการจัดการ การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้งเสนอแนวทางพัฒนาแหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์ให้เกิดความยั่งยืนในยุคดิจิทัล เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ณ วัดศรีคุณเมือง อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สะท้อนเอกลักษณ์พุทธศิลป์ท้องถิ่นอย่างเด่นชัด กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วยพระภิกษุ นักวิชาการ และปราชญ์ชาวบ้านด้านพุทธศิลป์ รวม 10 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และตรวจสอบความถูกต้องด้วยวิธี Triangulation โดยการตรวจสอบข้อมูลหลายแหล่ง ใช้หลายวิธีการเก็บข้อมูล ตรวจสอบโดยผู้วิจัยหลายคน และการใช้หลายทฤษฎีในการวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า แหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านกายภาพ เช่น สถาปัตยกรรม จิตรกรรม และประติมากรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น (2) ด้านการจัดการองค์ความรู้ มีระบบถ่ายทอดและสืบทอดความรู้ผ่านพระสงฆ์ ครูศิลป์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม และ (3) ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งทำหน้าที่ธำรงอัตลักษณ์และสร้างความภาคภูมิใจร่วม ผลการวิเคราะห์ศักยภาพพบว่า แหล่งเรียนรู้มีจุดแข็งด้านการจัดการแบบมีส่วนร่วม การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ และการเชื่อมโยงศิลปะกับธรรมะอย่างสร้างสรรค์ แนวทางพัฒนาที่สำคัญคือ การอนุรักษ์เชิงสร้างสรรค์ การพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ และการสืบสานเชิงยั่งยืน โดยผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายการเข้าถึงองค์ความรู้พุทธศิลป์ งานวิจัยนี้นำไปสู่การสร้างต้นแบบโมเดล “BUDDHA-ART LEARNING DEVELOPMENT MODEL (BALD Model)” เพื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนาแหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์เชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์). แหล่งเรียนรู้. สืบค้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2568 จากhttps://www.finearts.go.th/main/categorie/learning-center.
คำหล้า, ธนกฤต. (2565). การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
จันทรา สืบสาย. (2566). การจัดการแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมในชุมชนไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ประมวล ศิริวรรณ. (2563). ศิลปะพุทธและภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ปริญ ลักษิตามาศ. (2558). อัตลักษณ์วัดไทยในพระพุทธศาสนาที่มีต่อการท่องเที่ยวซ้ำของนักท่องเที่ยวต่างชาติ. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสยาม.
พิริยะ ไกรฤกษ์. (2551). พระพุทธปฏิมา อัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย. บริษัท อัมรินทร์พริ้ตติ้งแอนด์พับลิชชิ้ง จำกัด.
วิชุดา ผาทอง. (2568). การเปลี่ยนแปลงครอบครัวไทยภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และดิจิทัล. วารสารนวัตกรรมสังคมศาสตร์, 2(4), 15–25.
สมเกียรติ ชัยพินิจ. (2564). พุทธศิลป์ไทยกับการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. (2562). รายงานสถานภาพวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ: กระทรวงวัฒนธรรม.
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์). แหล่งเรียนรู้ชุมชน. สืบค้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2568 จาก https://nakorns.nfe.go.th/phayuhakhilee.
สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). นโยบายและแนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สุนทรีย์ พูนทรัพย์. (2564). การบูรณาการอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นกับการจัดการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย. วารสารครุศาสตร์ศิลปะไทย, 10(2), 55–70.
Dewey, J. (1938). Experience and education. Kappa Delta Pi.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall.
UNESCO. (2021). Learning cities and cultural sustainability. UNESCO Institute for Lifelong Learning.