การจัดบริการสาธารณะที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาล จังหวัดปทุมธานี Providing Public Services for Age-Friendly Cities in the Area of Pathum Thani Municipality
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการจัดบริการสาธารณะที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (2) เปรียบเทียบการจัดบริการสาธารณะที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล (3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดบริการสาธารณะที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ และ (4) นำเสนอแนวทางการจัดบริการสาธารณะเป็นมิตรกับผู้สูงอายุ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้สูงอายุในเขตพื้นที่รับผิดชอบเทศบาลจังหวัดปทุมธานี จำนวน 400 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้สูงอายุ จำนวน 29 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนชนิดทางเดียว และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า (1) เทศบาลจัดบริการสาธารณะที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2) ผู้สูงอายุที่มีระดับการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน จำนวนบุตร และปัญหาของการดำรงชีวิตต่างกัน มีความเห็นต่อการจัดบริการสาธารณะแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ (3) ปัจจัยการสงเคราะห์ทุกปัจจัยสามารถร่วมกันอธิบายการจัดบริการสาธารณะที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ได้ร้อยละ 27.70 (Adj. R2= .277) โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดบริการสาธารณะที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุมากที่สุดคือ เครือข่ายเกื้อหนุน รองลงมาคือสุขภาพและการรักษาพยาบาล ความมั่นคงทางสังคม และนันทนาการ ซึ่งส่งผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ขณะที่รายได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ (4) แนวทางการจัดบริการสาธารณะเป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 1) การประสานการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ 2) การจัดสรรงบประมาณให้กู้ยืมกรณีผู้สูงอายุต้องการประกอบอาชีพอิสระ 3) การจัดทำแอปพลิเคชันแหล่งงานเฉพาะผู้สูงอายุประจำท้องถิ่น และ 4) การจัดฝึกอบรมอาชีพตามความต้องการของผู้สูงอายุ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย. (2564). มาตรฐานการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ : กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2567). มาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่องสังคมสูงอายุ 6 Sustainable 4. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2568 จาก https://www.dop.go.th/download/knowledge/th1551432930-155_2.pdf.
ชมภูนุช หุ่นนาค และปภาวดี มนตรีวัต. (2565). การบริการสาธารณะสำหรับพลเมืองผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลเมืองในเขตจังหวัดภาคกลางตอนล่าง. วารสารผู้ตรวจการแผ่นดิน, 15(1), 35-75.
ธนภูมิ ชาติดี และถิรวุฒิ แสงมณีเดช. (2567). การจัดการบริการสาธารณะแนวใหม่ด้านการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุของภาครัฐในระดับท้องถิ่นด้วยการวิเคราะห์อภิมาน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 11(4), 142-152.
ปิยากร หวังมหาพร และญาณภัทร เพ็ญศิริ. (2563). การร่วมผลิตในการบริหารจัดการโรงเรียนผู้สูงอายุในพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (เขตวังทองหลางและเขตห้วยขวาง) กรุงเทพมหานคร. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 13(2), 122-140.
พิมพงา เพ็งนาเรนทร์. (2565). แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมขององค์การบริหารส่วนตำบลให้ผู้สูงอายุในจังหวัดนครปฐม. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 10(1), 47-58.
สาคร อินโท่โล่ และคณะ. (2566). การดูแลผู้สูงอายุยุควิถีถัดไป: มุมมองของคนในชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท. วารสารแพทย์นาวี, 50(2), 423-427.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). สำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2568 จากhttps://www.nso.go.th/nsoweb/nso/survey_detail/iM#gsc.tab=0.
สำนักงานจังหวัดปทุมธานี. (2567). แผนพัฒนาจังหวัดปทุมธานี พ.ศ.2566-2570. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2568 จาก http://www.pathumthani.go.th/new_web/webplan/image/doc/Plan67repeat_67.pdf.
สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี. (2567). ข้อมูลพื้นฐาน สถ.จ. สืบค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2568 จาก https://pathumlocal.go.th/public/.
Haque, M.S. (2001). The Diminishing Publicness of Public Service under the Current, Mode of Governance. Public Administration Review, 6,1, 65-82.
Lucy, W. H., Dennis, G., and Guthrie, S.B. (1977). Equity in Local Service Distribution. Public Administration Review, 37,6, 687-697.
McDevitt, D. (1998). Managing Core Public Services. Oxford, England: Blackwell.
World Health Organization. (2007). Global Age-friendly Cities: A Guide. France: World Health Organization.