การพัฒนาภาวะผู้นำในการส่งเสริมบทบาทสตรีเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายของสมาชิกสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ Leadership Development in Promoting Women's Roles to Build a Network of Members of the National Council of Women's Associations Under the Patronage of Her Majesty the Queen

Main Article Content

รัศรินทร์ ลัดใหม่กุลวัฒน์
ตระกูล จิตวัฒนากร
นพรัตน์ น้อยเจริญ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำในการส่งเสริมบทบาทสตรีเพื่อสร้างภาคีเครือข่าย 2) การพัฒนาภาวะผู้นำในการส่งเสริมบทบาทสตรีเพื่อสร้างภาคีเครือข่าย และ 3) ประเมินประสิทธิผลของการพัฒนาภาวะผู้นำในการส่งเสริมบทบาทสตรีเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายของสมาชิกสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งโครงสร้างและแบบสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 19 คน และกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 12 คน และกลุ่มทดลองจำนวน 30 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


          ผลการศึกษาพบว่า 1) การพัฒนาผู้นำสตรีไม่ควรจำกัดแค่ทักษะบริหาร แต่ต้องควบคู่กับการสร้างเครือข่ายมีความสำคัญต่อการเปิดพื้นที่เรียนรู้ข้ามกลุ่ม ทั้งระดับท้องถิ่น ชาติ และนานาชาติหลายท่านเสนอให้มี โครงสร้างสนับสนุนถาวรจุดเน้นที่แตกต่างกันบางองค์กรเน้น การพัฒนาบุคลิกภาพความมั่นใจบางองค์กรเน้น และการบูรณาการกับอาชีพหรือบริบทเฉพาะด้าน 2) การพัฒนาภาวะผู้นำสตรีไทยมีความจำเป็นต้อง สร้างกลไกกลาง ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายสตรีทั้งระดับท้องถิ่น ชาติ และสากลภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อ จัดหาทรัพยากร งบประมาณ และโครงการพัฒนาที่ต่อเนื่อง สร้างเวทีสาธารณะและเครือข่ายความร่วมมือ ให้สตรีมีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และผลักดันนโยบาย 3) สมาชิกสมาคมสภาสตรีแห่งชาติที่ทำแบบประเมินการพัฒนาภาวะผู้นำส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุสูงกว่า 55 ปี จำนวน 18 คน ผลการประเมินภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.52 ข้อที่มีค่าคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด คือ การสนับสนุน / การแนะนำจากผู้สอนหรือผู้นำ Model มีค่าเฉลี่ย 4.60 รองลงมาคือ ความพึงพอใจโดยรวมต่อ Model มีค่าเฉลี่ย 4.58 และน้อยที่สุด คือ ความสะดวกในการนำ Model ไปใช้จริง มีค่าเฉลี่ย 4.43 ตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ลัดใหม่กุลวัฒน์ ร., จิตวัฒนากร ต., & น้อยเจริญ น. (2026). การพัฒนาภาวะผู้นำในการส่งเสริมบทบาทสตรีเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายของสมาชิกสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์: Leadership Development in Promoting Women’s Roles to Build a Network of Members of the National Council of Women’s Associations Under the Patronage of Her Majesty the Queen. วารสารวิชาการรัตนบุศย์, 8(1), 57–71. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/rtnb/article/view/9749
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2563). นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรี พ.ศ. 2563–2565. สืบค้นจาก https://shorturl.asia/cNvJl.

จักรี โฉมไธสง. (2547). ทัศนะคติต่อแนวคิดสตรีนิยมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ฐอรกาญจณ์ ฉายโชติธัญเจริญ. (2560). คุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารสตรีในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศในกลุ่มอาเซียน (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยสยาม.

ณิรดา เวชญาลักษณ์. (2560). ภาวะผู้นำทางการบริหาร. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เทิดเกียรติ วงศาโรจน์. (2557). การพัฒนารูปแบบการสร้างเครือข่ายปฏิบัติการชุมชนและมวลชนสัมพันธ์เพื่อการป้องกันอาชญากรรม (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ธนพล แสงจันทร์. (2555). การเสริมสร้างเครือข่ายการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ: กรณีศึกษา ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการพุทธมณฑล (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ธัญญา สังขพันธานนท์. (2559). แว่นวรรณคดี ทฤษฎีร่วมสมัย. นาคร.

บุษยา วีรกุล. (2558). ภาวะผู้นำ. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

มัทนา ถนอมศักดิ์. (2561). ภาวะผู้นำทางการศึกษา: ทฤษฎีและการปฏิบัติ. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

รัตติกรณ์ จงวิศาล. (2559). ภาวะผู้นำ: ทฤษฎี การวิจัย และแนวทางสู่การพัฒนา (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ราตรี ทองศรี. (2563). รูปแบบภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีในโรงเรียนประถมศึกษา (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วารุณี ภูริสินสิทธิ์. (2545). สตรีนิยม: ขบวนการและแนวคิดทางสังคมแห่งศตวรรษที่ 20. โครงการจัดพิมพ์คบไฟ.

วิลาสินี ศีริสุวรรณ์. (2559). การส่งเสริมบทบาทสตรีในท้องถิ่นผ่านกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

เสาวนีย์ วิยะบุญ, และยุภดี แหยมสุขสวัสดิ์. (2566). ภาวะผู้นำสตรีต่อการบริหารจัดการทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองในยุคนิวนอร์มัล. วารสารปรัชญาปริทรรศน์, 28(1), 38–50.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580). ราชกิจจานุเบกษา, 135(82 ก), 1–68.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13. สืบค้นจาก https://shorturl.asia/zvgtA.

สุนทร โครตบรรเทา. (2560). ภาวะผู้นำในองค์การสถานศึกษา. ปัญญาชน.

อณิษฐา หาญภักดีนิยม. (2564). ศึกษารูปแบบการขับเคลื่อนบทบาทสตรีต่อการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนในศตวรรษที่ 21. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(4), 355–371.

Cronbach, L. J. (1970). Essentials of educational administration (8th ed.). Allyn & Bacon.

Delbecq, A. L., Van de Ven, A. H., & Gustafson, D. H. (1975). Group techniques for program planning: A guide to nominal group and Delphi processes. Scott, Foresman.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.