ความจงรักภักดีของแฟนบอลที่มีต่อสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ The Loyalty of Football Fans to North Bangkok University Football Club
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความจงรักภักดีของแฟนบอลที่มีต่อสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคลกับความจงรักภักดีที่มีต่อสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ แฟนบอลของสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม ซึ่งผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่น โดยมีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของ
ครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) เท่ากับ 0.987 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มอิสระ (Independent Samples t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)
โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความจงรักภักดีของแฟนบอลที่มีต่อสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ซึ่งประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ ความเชื่อมั่นของแฟนบอล การเข้าไปอยู่กลางใจของผู้ชม ความง่ายในการเข้าถึงสโมสร และความจงรักภักดีเชิงพฤติกรรม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.17) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความเชื่อมั่นของแฟนบอลมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือด้านความจงรักภักดีเชิงพฤติกรรม ด้านความง่ายในการเข้าถึงสโมสร และด้านการเข้าไปอยู่กลางใจของผู้ชม ตามลำดับ 2) ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลบางประการ ได้แก่ อายุ อาชีพ รายได้ และสถานภาพสมรส ส่งผลให้ระดับความจงรักภักดีของแฟนบอลแตกต่างกันในบางมิติ ขณะที่ปัจจัยด้านเพศไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในภาพรวม อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาความจงรักภักดีโดยภาพรวม ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
Aaker, D. A. (2014). Aaker on branding: 20 principles that drive success. Morgan James Publishing.
Ahuvia, A. C. (2005). Beyond the extended self: Loved objects and consumers’ identity narratives. Journal of Consumer Research, 32(1), 171–184. https://doi.org/10.1086/429607.
Bee, C. C., & Havitz, M. E. (2015). Exploring the relationship between involvement, fan identification, psychological commitment, and behavioral loyalty in sport spectators. Sport Management Review, 13(2), 123–134. https://doi.org/10.1016/j.smr.2009.05.001.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice Hall.
Cochran, W. G. (1953). Sampling techniques. John Wiley & Sons.
Gladden, J. M., & Funk, D. C. (2001). Understanding brand loyalty in professional sport: Examining the link between brand associations and brand loyalty. International Journal of Sports Marketing and Sponsorship, 3(1), 67–94. https://doi.org/10.1108/IJSMS-03-01-2001-B006.
Heere, B., & Dickson, G. (2008). Measuring attitudinal loyalty: Separating the terms of affective commitment and attitudinal loyalty. Journal of Sport Management, 22(2), 227–239. https://doi.org/10.1123/jsm.22.2.227.
Jacoby, J., & Kyner, D. B. (1973). Brand loyalty vs. repeat purchasing behavior. Journal of Marketing Research, 10(1), 1–9. https://doi.org/10.1177/002224377301000101.
Yoshida, M., Gordon, B., & Heere, B. (2016). Fan community identification: An empirical examination of its outcomes in Japanese professional sport. Sport Marketing Quarterly, 25(1), 32–47.