แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของผู้ประสานงานในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว Motivation level of coordinators in the Siao River Basin Production Savings Group
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของผู้ประสานงานในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว (2) เปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของผู้ประสานงานในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ลุ่มน้ำเสียว จำแนกตาม เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงานและ (3) ศึกษาข้อเสนอแนะเพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของผู้ประสานงานในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประสานงานในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว จำนวน 246 คน โดยวิธีการสุ่มใช้สูตรของ ทาโร ยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ความถี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบเพศ ใช้สถิติ t-test และเปรียบเทียบระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ใช้สถิติ One-way ANOVA
ผลการวิจัย พบว่า (1) ระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของผู้ประสานงานในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก (2) ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ของผู้ประสานงานในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว พบว่า ผู้ประสานงานที่มีเพศ และระดับการศึกษาต่างกัน มีแรงจูงใจไม่แตกต่างกัน ส่วนจำแนกตามประสบการณ์การทำงานที่ต่างกัน มีแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ (3) ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างแรงจูงใจ ของผู้ประสานงานกลุ่มออมทรัพย์ลุ่มน้ำเสียวมุ่งบูรณาการหลายมิติอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดเป้าหมาย การทำงานที่ชัดเจนและวัดผลได้ ควบคู่ระบบยกย่องรางวัลและการประเมินผลเชิงบวกเพื่อเสริมความภาคภูมิใจและความเป็นเจ้าของงาน ส่งเสริมวัฒนธรรมการให้เกียรติ เปิดโอกาสแสดงผลงาน และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำหนดบทบาทงานให้ท้าทาย สอดคล้องสมรรถนะพร้อมระบบความรับผิดชอบโปร่งใส พัฒนาเส้นทางอาชีพและศักยภาพอย่างต่อเนื่อง มีระบบพี่เลี้ยงและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม เพิ่มสวัสดิการและส่งเสริมการทำงานเป็นทีม การสื่อสารที่เปิดเผย และการบริหารแบบมีส่วนร่วมภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมและมั่นคง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมการพัฒนาชุมชน. (2564). แนวทางการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต. กระทรวงมหาดไทย.
กรมการพัฒนาชุมชน. (2565). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง. กระทรวงมหาดไทย.
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว. (2567). รายงานข้อมูลสมาชิก สถานะทางการเงิน และโครงสร้างการบริหารกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว.
จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ. (2562). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 49(2), 67–82.
ณัฐวุฒิ สุขเกษม. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์กรภาครัฐ. วารสารการบริหารภาครัฐและการพัฒนาท้องถิ่น, 10(2), 45–62.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2560). การวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS (พิมพ์ครั้งที่ 17). บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี.
นงนุช สังข์ทอง. (2564). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
พระประยุทธ อริยวโส. (2562). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลในอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
รุ่งรัตน์ จองบุญ. (2566). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 7(1), 89–105.
วรรณา อาวรณ์. (2557). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานและประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริพร พิพัฒน์กุล. (2564). แรงจูงใจในการทำงานของบุคลากรภาครัฐ. วารสารการบริหารจัดการภาครัฐ, 8(3), 23–40.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม. (2567). รายงานสถานการณ์และการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตในจังหวัดมหาสารคาม. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2561). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. สามลดา.
Aristotle. (2020). Politics (Reprint ed.). Cambridge University Press.
Christensen, C. M. (1997). The innovator’s dilemma: When new technologies cause great firms to fail. Harvard Business School Press.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). Intrinsic and extrinsic motivations: Classic definitions and new directions. Contemporary Educational Psychology, 25(1), 54–67. https://doi.org/10.1006/ceps.1999.1020.
Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. (1959). The motivation to work (2nd ed.). John Wiley & Sons.
Mahmood, M., & Hassan, S. (2022). Gender differences and work motivation in public service organizations. International Journal of Public Administration, 45(6), 421–435. https://doi.org/10.1080/01900692.2021.1885953.
Robbins, S. P., & Judge, T. A. (2020). Organizational behavior (18th ed.). Pearson Education.
Schwab, K. (2016). The fourth industrial revolution. World Economic Forum.
Srivastava, S. (2021). Education level and employee motivation: Evidence from public organizations. Journal of Human Resource Management, 9(2), 112–124. https://doi.org/10.11648/j.jhrm.20210902.15.
Suwanna, P., & Hassan, R. (2023). Work experience and motivation among community-based organizations. Asian Journal of Social Science Studies, 8(1), 33–47. https://doi.org/10.20849/ajsss.v8i1.1300.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.