การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคความปกติใหม่สู่การเป็นโรงเรียน แห่งนวัตกรรม กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบบูรณาการประจิมโนนคูณ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

ผู้แต่ง

  • สุทธิดา สุดดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชธานี
  • เมธาวี โชติชัยพงศ์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชธานี

คำสำคัญ:

การบริหารงานวิชาการ, ยุคความปกติใหม่, การเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคความปกติใหม่สู่การเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม และ 2) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคความปกติใหม่สู่การเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน
ที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบบูรณาการประจิมโนนคูณ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ได้กลุ่มตัวอย่าง 155 คน จำแนกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 16 คน และครูผู้สอน จำนวน 139 คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified random sampling) โดยเทียบบัญญัติไตรยางศ์ และการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม
จำนวน 32 ข้อ มีค่า IOC เท่ากับ 1.00 ทุก มีค่าอำนาจจำแนกเป็นรายข้อระหว่าง .465-.807  ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคความปกติใหม่สู่การเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบบูรณาการประจิมโนนคูณ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และ 2) ข้อเสนอแนะการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคความปกติใหม่สู่การเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม ดังนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาควรริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเครือข่ายชุมชนเชิงรุก (Active Community Partnership for Innovation) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพครูในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งประสานพลังจากผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสถานประกอบการในพื้นที่ ให้เข้ามามีบทบาทเป็นภาคีหุ้นส่วนทางการศึกษาในการร่วมพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ควรกำหนดแนวปฏิบัติให้ครูได้ลงพื้นที่ศึกษาบริบทชุมชนอย่างลึกซึ้ง และนำองค์ความรู้ที่ได้มาบูรณาการสู่การออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้เรียน อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมายและสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น

 

คำสำคัญ: การบริหารงานวิชาการ, ยุคความปกติใหม่, การเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น .(พิมพ์ครั้งที่ 11). สุวีริยาสาส์น

ปรียาพร แสงทอง. (2563). การบริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 14(2), 85–96.

สมศักดิ์ พรหมมา. (2562). การบริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 42(3), 102–114.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1.

สุภาภรณ์ พรหมบุตร. (2563). New normal กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง. https://dsp.dip.

go.th/th/category/2017-11-27-08-04-02/2020

Korhonen, J., Linnanmäki, K., & Aunio, P. (2014). Learning difficulties, academic well-being and educational dropout: A person-centred approach. Learning and Individual Differences, 31, 1–10.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย