มาตรการทางกฎหมายในการจัดการกับผู้เสพยาเสพติด

Main Article Content

ฐนภัทร กิตติวงศา
วิศิษศักดิ์ เนืองนอง

บทคัดย่อ

           การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายในการจัดการผู้เสพยาเสพติดให้สอดคล้องกับแนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” โดยมุ่งเน้นการบำบัดรักษามากกว่าการลงโทษ ศึกษาการส่งเสริมบทบาทของครอบครัวและชุมชนในการมีส่วนร่วมต่อกระบวนการบำบัดฟื้นฟู รวมถึงศึกษามาตรการติดตามผลหลังการบำบัดเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยใช้วิธีวิจัยเอกสารจากหนังสือ บทความ วิทยานิพนธ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง


          ผลการวิจัยพบว่า แนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ โดยสาธารณรัฐโปรตุเกสใช้มาตรการบำบัดแทนการลงโทษทางอาญา ซึ่งช่วยลดการกลับมาเสพซ้ำและส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ประเทศไทยยังประสบปัญหาการขาดระบบติดตามผลหลังการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดไม่บรรลุผลเท่าที่ควร ทั้งนี้ สหพันธรัฐมาเลเซียและสาธารณรัฐสิงคโปร์มีระบบบังคับบำบัดและติดตามผลในศูนย์ฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ เพื่อลดโอกาสการกลับมาเสพซ้ำ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังขาดมาตรการทางกฎหมายที่ส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในการฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด ขณะที่สหรัฐอเมริกาเปิดโอกาสให้ครอบครัวยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดได้ ดังนั้น ประเทศไทยควรแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 162 ให้ผู้เสพที่มิได้กระทำความผิดอาญาอื่นเข้าสู่กระบวนการบำบัดแทนการลงโทษ และแก้ไขมาตรา 113 เพื่อเปิดโอกาสให้ญาติยื่นคำร้องขอให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดได้ รวมทั้งควรจัดให้มีสถานบำบัดหรือสถานฟื้นฟูประจำทุกจังหวัด และกำหนดระบบติดตามผลหลังการบำบัดอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อป้องกันการกลับไปกระทำผิดซ้ำ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กิตติวงศา ฐ., & เนืองนอง ว. . (2026). มาตรการทางกฎหมายในการจัดการกับผู้เสพยาเสพติด. วารสารกฎหมายและสังคมรังสิต, 8(2), 59–70. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/RJL/article/view/10845
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2563). แนวทางการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด.

ณฐพร ผลงาม. (2564). การพัฒนารูปแบบการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนจังหวัดระยอง. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม, 1(2), 49–71. เข้าถึงได้จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/J-PHIN/article/view/250626

สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2543). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.

European Monitoring Centre for Drugs and Drug Addiction. (2021). Portugal: Drug policy profile. European Union: Publications Office.

National Association of Drug Court Professionals. (2010). The facts on drug courts. National Association of Drug Court Professionals.

Ng, C. G., & Aboo, A. . (2019). Community participation in drug rehabilitation and recovery among drug-dependent persons. International Journal of Public Health Research, 9(2), 112–121.

Sampson, R. J., et al. (1997). Neighborhoods and violent crime: A multilevel study of collective efficacy. Science, 277(5328), 918–924.

Substance Abuse and Mental Health Services Administration. (2020). Treatment improvement protocol (TIP) series, no. 42: Substance use disorder treatment for people with co-occurring disorders. U.S. : Department of Health and Human Services.

United Nations Office on Drugs and Crime. (2020). International standards for the treatment of drug use disorders. Retrieved from https://www.unodc.org/documents/drug-prevention-and-treatment/UNODC-WHO_International_Standards_Treatment_Drug_Use_Disorders_April_2020.pdf

World Health Organization. (2016). Global report on drugs (No. WHO/HIV/2016). Retrieved from https://www.who.int/publications/i/item/9789241565346