สิทธิการมีบุตรโดยใช้วิธีการผสมเทียมของกลุ่มคู่รักเพศหญิงและหญิงโสด
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งจัดทำขึ้นในหัวข้อเรื่อง “สิทธิการมีบุตรโดยใช้วิธีการผสมเทียมของกลุ่มเพศหญิงและหญิงโสด” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความเป็นมาและสาระสำคัญของปัญหาการเข้าถึงสิทธิในการมีบุตรโดยใช้วิธีการผสมเทียมของหญิงโสดและคู่รักหญิงในประเทศไทย 2) วิเคราะห์ข้อจำกัดของกฎหมายไทยภายใต้กรอบหลักการสำคัญ ได้แก่ หลักความได้สัดส่วน หลักความเสมอภาค การชั่งน้ำหนักสิทธิ และหลักสิทธิมนุษยชนสากล 3) ศึกษาและเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะกรณีหญิงโสดและคู่รักหญิง และ 4) เสนอแนวทางการปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทยให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พันธกรณีสิทธิมนุษยชน และบริบทสังคมไทยร่วมสมัย โดยคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงควบคู่กับการคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของเด็ก ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวก่อให้เกิดข้อจำกัดที่ละเมิดสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ เสรีภาพในการกำหนดชีวิตส่วนบุคคล และความเสมอภาค อันอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 25 มาตรา 27 และมาตรา 28 รวมทั้งพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้แก่ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR, 1966) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW, 1979) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC, 1989) การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีเชิงเอกสารทางนิติศาสตร์ โดยวิเคราะห์บทบัญญัติภายใน คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กรอบแนวคิดหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ หลักความได้สัดส่วน หลักความเสมอภาค หลักการชั่งน้ำหนักสิทธิ และหลักสิทธิมนุษยชนสากล ตลอดจนการศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรเดนมาร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนยูเครน และมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ผลการวิจัยพบว่า การจำกัดสิทธิของกฎหมายไทยที่อนุญาตเฉพาะคู่สมรสชาย–หญิงในการเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ไม่ผ่านการทดสอบความได้สัดส่วน เนื่องจาก (1) ขาดเหตุผลที่พิสูจน์ความจำเป็น (2) ก่อให้เกิดภาระสิทธิเกินสมควร และ (3) มีมาตรการทางเลือกที่กระทบสิทธิน้อยกว่า เช่น การคัดกรองผู้ขอรับบริการหรือการจัดระบบให้คำปรึกษา อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล
ข้อเสนอเชิงนโยบายจึงมุ่งแก้ไขกฎหมายของประเทศไทยเพื่อเปิดสิทธิการเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Jain, M., & Singh, M., 2023) โดยเฉพาะวิธีการผสมเทียมแก่หญิงโสดและคู่รักหญิง โดยกำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองเด็ก เช่น การตรวจสอบคุณสมบัติ การให้คำปรึกษาด้านการแพทย์และจิตวิทยา และการสร้างกลไกรับรองสถานะทางกฎหมาย แนวทางนี้จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างสิทธิของผู้หญิงกับการคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของเด็ก (Best Interests of the Child) และสะท้อนการปรับตัวของสังคมไทยที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางครอบครัวและเพศวิถี ตลอดจนสอดคล้องกับหลักความเสมอภาคและสิทธิมนุษยชนสากล
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรุงเทพธุรกิจ. (2566). ไทยเกิดน้อยกว่าตาย ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สังคมผู้สูงอายุเร่งตัว. เข้าถึงได้จาก https://www.bangkokbiznews.com/health/social/1200791
ณัฐยา บุญภักดี และ ธัญญา ใจดี. (2559). สิทธิอนามัยเจริญพันธุ์และสตรี: กรณีศึกษาในประเทศไทย. วารสารสิทธิมนุษยชน, 22(3), 45–60.
พระราชบัญญัติการคุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558. (2558). ใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอน 38 ก (หน้า 6). กรุงเทพมหานคร: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ SDG Move. (2566). รายงานสถานการณ์อัตราการเกิดและโครงสร้างประชากรไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
CEDAW. (1979). Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women. New York: United Nations.
Consolidated Act No. 93. (2015). Lov om kunstig befrugtning (Law on Artificial Fertilization). Denmark: Islands Brygge.
CRC. (1989). Convention on the Rights of the Child. New York: United Nations.
Family Code 2015. (2015). Cal. Family Code §§ 7960–7962. California: USA.
Family Code of Ukraine. (2002). Ukraine Family Code, Article 123. Ukraine.
ICCPR. (1966). International Covenant on Civil and Political Rights. New York: United Nations.
Jain, M., & Singh, M. (2023). Assisted Reproductive Technology (ART) Techniques. (T. I. (FL), Producer, & StatPearls Publishing) Retrieved from StatPearls: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK576409/
Lov om kunstig befrugtning. (2006). Law on Artificial Fertilization Law. No. 535/2006. Denmark: Islands Brygge.
Order No. 803H on the Use of Assisted Reproductive Technologies. (2022). Ministry of Health of the Russian Federation. Russian Federation.
Reproductive Privacy Act. (2002). California Health and Safety Code (HSC §123460 et seq.). California: USA.
SDG Move. (2566). สำรวจนโยบาย ‘ส่งเสริมการมีลูก’ ของแต่ละประเทศ: สาเหตุใดสถิติเด็กเกิดใหม่น้อยลง. เข้าถึงได้จาก https://www.sdgmove.com/2023/11/08/fertility-rate-policy/
Sundhedsloven. (2007). Health Act of Denmark. Denmark: Islands Brygge.