การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ร่วมกับแนวคิดโครงสร้างนิยมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต
คำสำคัญ:
รูปแบบการเรียนรู้, กระบวนการคิดสร้างสรรค์, แนวคิดโครงสร้างนิยม, ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ร่วมกับแนวคิดโครงสร้างนิยม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนรู้ดังกล่าวใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบวัดความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (M) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มเดียว (One Sample t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบการเรียนรู้ มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการจัดการเรียนรู้ การวัดและการประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) จุดไฟฝัน 2) สร้างภาพฝัน 3) ขยับฝันให้ขยาย และ 4) สานฝันให้เป็นจริง มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (M = 4.20, SD = 0.49)
2. ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 91.45 (M = 18.29, SD = 1.86) สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนรู้ฯ โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (M = 4.58, SD = 0.12)
เอกสารอ้างอิง
กมลพันธ์ โพธิ์ทอง (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอ่านและเขียนเชิงสร้างสรรค์ตามทฤษฎีสัมพันธบทเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านและเขียนเขิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กรีกมล หนูเกื้อ. (2568). การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในระดับอุดมศึกษา. [สัมภาษณ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล. (2559). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ของ Plsek ร่วมกับทฤษฎีเชาวน์ปัญญาสามองค์ประกอบของ Sternberg เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
จินดา ลาโพธิ์. (2562). การพัฒนารูปแบบการสอนรายวิชาการสอนเขียนเชิงสร้างสรรค์สำหรับครูภาษาไทยตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานผสมผสานกลวิธีซินเนคติคส์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาไทย. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ชยพล ใจสูงเนิน. (2568). การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในระดับอุดมศึกษา. [สัมภาษณ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ทฤษฎี เสมา. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ประทุมเพชร แซ่อ๋อง. (2568). การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในระดับอุดมศึกษา. [สัมภาษณ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สาวิตรี จิตบรรจง. (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้การเขียนนิทานสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต โดยใช้ทฤษฎีโครงสร้างนิยมร่วมกับทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง.[วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อธิกมาส มากจุ้ย. (2553). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบทเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนภาษาไทยเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Bloom, B. S. (1968). Learning for mastery. UCLA CSEIP Evaluation Comment, 1(2), 1-12.
Brown, B. (2015). Daring greatly: How the courage to be vulnerable transforms the way we live, love, parent, and lead. Penguin Random House.
Graves, D. H. (1983). Writing: Teachers and children at work. New Hampshire: Heinemann.
Hogue, A. (1996). First steps in academic writing. New York: Addison-Wesley Longman.
Levi-Strauss, C. (1963). Structural anthropology. Basic Books.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. [Unpublished doctoral dissertation]. New York University.
Plsek, P. E. (1996). Models for the creative process. [Unpublished manuscript]. Creativity models.
Zandvanian, A., Mirhosseini Niri, F. S., & Kian, M. (2021). Identification of Plsek’s creativity model elements in the literature of age group “B” children using content analysis. Journal of Studies in Library and Information Science, 13(2), 123-140.



