การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ร่วมกับแนวคิดโครงสร้างนิยมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต

ผู้แต่ง

  • สิริลักษณ์ บุ้งทอง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • สิริมาศ แก้วกันทา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
  • คณินวรธันญ์ ไชยรบ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
  • มาเรียม นิลพันธุ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • ไชยยศ ไพวิทยศิริธรรม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

คำสำคัญ:

รูปแบบการเรียนรู้, กระบวนการคิดสร้างสรรค์, แนวคิดโครงสร้างนิยม, ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ร่วมกับแนวคิดโครงสร้างนิยม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนรู้ดังกล่าวใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบวัดความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (M) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มเดียว (One Sample t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบการเรียนรู้ มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการจัดการเรียนรู้ การวัดและการประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) จุดไฟฝัน 2) สร้างภาพฝัน 3) ขยับฝันให้ขยาย และ 4) สานฝันให้เป็นจริง มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (M = 4.20, SD = 0.49)
2. ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 91.45 (M = 18.29, SD = 1.86) สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนรู้ฯ โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (M = 4.58, SD = 0.12)

เอกสารอ้างอิง

กมลพันธ์ โพธิ์ทอง (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอ่านและเขียนเชิงสร้างสรรค์ตามทฤษฎีสัมพันธบทเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านและเขียนเขิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

กรีกมล หนูเกื้อ. (2568). การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในระดับอุดมศึกษา. [สัมภาษณ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

กิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล. (2559). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ของ Plsek ร่วมกับทฤษฎีเชาวน์ปัญญาสามองค์ประกอบของ Sternberg เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

จินดา ลาโพธิ์. (2562). การพัฒนารูปแบบการสอนรายวิชาการสอนเขียนเชิงสร้างสรรค์สำหรับครูภาษาไทยตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานผสมผสานกลวิธีซินเนคติคส์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาไทย. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

ชยพล ใจสูงเนิน. (2568). การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในระดับอุดมศึกษา. [สัมภาษณ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ทฤษฎี เสมา. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ประทุมเพชร แซ่อ๋อง. (2568). การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในระดับอุดมศึกษา. [สัมภาษณ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สาวิตรี จิตบรรจง. (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้การเขียนนิทานสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต โดยใช้ทฤษฎีโครงสร้างนิยมร่วมกับทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง.[วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

อธิกมาส มากจุ้ย. (2553). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบทเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนภาษาไทยเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Bloom, B. S. (1968). Learning for mastery. UCLA CSEIP Evaluation Comment, 1(2), 1-12.

Brown, B. (2015). Daring greatly: How the courage to be vulnerable transforms the way we live, love, parent, and lead. Penguin Random House.

Graves, D. H. (1983). Writing: Teachers and children at work. New Hampshire: Heinemann.

Hogue, A. (1996). First steps in academic writing. New York: Addison-Wesley Longman.

Levi-Strauss, C. (1963). Structural anthropology. Basic Books.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. [Unpublished doctoral dissertation]. New York University.

Plsek, P. E. (1996). Models for the creative process. [Unpublished manuscript]. Creativity models.

Zandvanian, A., Mirhosseini Niri, F. S., & Kian, M. (2021). Identification of Plsek’s creativity model elements in the literature of age group “B” children using content analysis. Journal of Studies in Library and Information Science, 13(2), 123-140.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

06/29/2026

รูปแบบการอ้างอิง

บุ้งทอง ส., แก้วกันทา ส., ไชยรบ ค., นิลพันธุ์ ม., & ไพวิทยศิริธรรม ไ. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ร่วมกับแนวคิดโครงสร้างนิยมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์, 4(1), 18–32. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/VRUJ/article/view/10262