รำโทนโคราชสร้างสุข เสพศิลป์ถิ่นพนมวัน : การพัฒนานวัตกรรมทางวัฒนธรรมจากภูมิปัญญาสร้างสรรค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน

นวลรวี กระต่ายทอง
Thailand
ชุมพล ชะนะมา
Thailand
พรธิภา ไกรเทพ
Thailand
คำสำคัญ: นวัตกรรมทางวัฒนธรรม, นาฏศิลป์พื้นบ้านโคราช, รำโทนโคราชสร้างสุขเสพศิลป์ถิ่นพนมวัน
เผยแพร่แล้ว: ส.ค. 31, 2026

บทคัดย่อ

การขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดคุณค่าผ่านภูมิปัญญาสร้างสรรค์ท้องถิ่น ด้วยศิลปะการแสดงนั้นมีศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุได้อย่างเป็นองค์รวม บทความวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) พัฒนานวัตกรรมทางวัฒนธรรมจากภูมิปัญญาสร้างสรรค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน 2) เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมสู่ชุมชน ในพื้นที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน ผ่านวิธีดำเนินงานวิจัย 5 ขั้นตอน โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ การสอบทานองค์ความรู้ร่วมกับชุมชน ผู้เชี่ยวชาญทางนาฏศิลป์และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการใน 4 กลุ่มประกอบด้วย 1) กลุ่มผู้สูงอายุ 2) กลุ่มสตรี 3) กลุ่มเยาวชน และ 4) กลุ่มนักศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย ได้นวัตกรรมทางวัฒนธรรมการแสดงนาฏศิลป์ ชุด “รำโทนโคราชสร้างสุข เสพศิลป์ถิ่นพนมวัน” ในรูปแบบการแสดงทางนาฏศิลป์พื้นบ้านโคราช การแต่งกายประยุกต์จากพื้นบ้านโคราชดั้งเดิม ใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน “โทน” เป็นอัตลักษณ์หลัก ผสมผสานกับดนตรีสากล โดยเนื้อร้องถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนปราสาทหินพนมวัน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ชุมชน ถ่ายทอดนวัตกรรมด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน 4 ขั้นตอน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุใน 4 มิติ ได้แก่ มิติด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ โดยได้รับการประเมินความ พึงพอใจจากผู้ทรงคุณวุฒิและชุมชนในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.7-4.8) นวัตกรรมทางวัฒนธรรมนี้จึงเป็นต้นแบบ การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนบนฐานมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างเป็นระบบ

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง

กระต่ายทอง น., ชะนะมา ช., & ไกรเทพ พ. (2026). รำโทนโคราชสร้างสุข เสพศิลป์ถิ่นพนมวัน : การพัฒนานวัตกรรมทางวัฒนธรรมจากภูมิปัญญาสร้างสรรค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน. วารสารศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล, 15(2), 545–562. https://doi.org/10.65205/acj.2026.11495

ประเภทบทความ

บทความวิจัย

หมวดหมู่

เอกสารอ้างอิง

กีรติ สุกใส. (2559). ผลของการฝึกด้วยการละเล่นพื้นเมืองไทยที่มีต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยพาร์กินสัน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/34604/.

ณัฐริกานต์ ศักดิ์สนิท. (2562). ผลของการฝึกรำไทยร่วมกับการใส่น้ำหนักที่ข้อเท้าที่มีต่อความสามารถในการเดินและการทรงตัวในผู้สูงอายุ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/9490/.

นวลรวี กระต่ายทอง และ ชุมพล ชะนะมา. (2565). การสร้างสรรค์นาฏศิลป์ ชุด สะอ๋อนเจ่น ขนมเส่น บ้านประโดก. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ, 23(2), 81 - 91.

นวลรวี จันทร์ลุน. (2558). การสร้างสรรค์นาฏศิลป์พื้นบ้านประยุกต์ ชุด รำโทนโคราช. รายงานการวิจัย. สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

นวลรวี จันทร์ลุน. (2560). แนวทางการสร้างสรรค์นาฏศิลป์พื้นบ้านโคราช. วารสารราชพฤกษ์, 15(3), 115 - 123.

ประภาศรี ศรีประดิษฐ์. (2564). นาฏศิลป์พื้นเมือง : แนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ. ศิลปกรรมสาร, 14(1), 90 - 106.

พระพรสวรรค์ ใจตรง, สุทัศน์ ประทุมแก้ว, พระอธิการอำพน จารุโภ (ดาราศาตร์), และ พระมหาไทยน้อย ญาณเมธี. (2569). มาลัยข้าวตอก : หัตถกรรมภูมิปัญญาสักการะพระพุทธเจ้าสู่การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร. วารสารศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล, 15(1), 239 - 257. https://doi.org/10.65205/acj.2026.10441. DOI: https://doi.org/10.65205/acj.2026.10441

การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง). (2564, 25 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 138 ตอนพิเศษ 44 ง, 325.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). รายงานสถิติประชากรและเคหะ พ.ศ. 2567. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. https://www.nso.go.th/

Cathy, T. (2024). Tourism Culture and Its Implications: Intersection of Travel and Local Traditions. Journal of Tourism and Hospitality, 13(3), 551. DOI: 10.35248/2167-0269.24.13.551.

Chambers, R. (1997). Whose Reality Counts? Putting the First Last. Intermediate Technology Publications. DOI: https://doi.org/10.3362/9781780440453.000

Gall, M. D., Gall, J. P., & Borg, W. R. (2007). Educational Research: An Introduction (8th ed.). Pearson.

Kaewjoho, C., Mato, L., Thaweewannakij, T., Nakmareong, S., Phadungkit, S., Gaogasigam, C., & Amatachaya, S. (2020). Thai Dance Exercises Benefited Functional Mobility and Fall Rates Among Community-dwelling Older Individuals. Hong Kong Physiotherapy Journal, 40(1), 19 - 27. https://doi.org/10.1142/S1013702520500031. DOI: https://doi.org/10.1142/S1013702520500031

Likert, R. (1967). The Method of Constructing an Attitude Scale. In M. Fishbein (Eds.), Readings in Attitude Theory and Measurement (90 - 95). John Wiley & Sons.

Liguori, G. (2021). ACSM’s Guidelines for Exercise Testing and Prescription (11th ed.). Wolters Kluwer.

Sanprakhon, P., Suriyawong, W., Longphasuk, N., Khatichop, N., Arpaichiraratana, C., Wongwiseskul, S., Rattanaselanon, P., Pipatpiboon, N., & Thaipisuttikul, P. (2025). Effects of Traditional Thai Folk Dance Combined with Cognitive Stimulation Program on Behavior and Cognition Among Older Adults with Cognitive Decline: A Randomized Controlled Trial. The Journal of Prevention of Alzheimer's Disease, 12(4), 1 - 9. https://doi.org/10.1016/j.tjpad.2025.100066. DOI: https://doi.org/10.1016/j.tjpad.2025.100066

Schumpeter, J. A. (1934). The Theory of Economic Development: An Inquiry into Profits, Capital, Credit, Interest, and the Business Cycle. Harvard University Press.

Sooktho, S., Songserm, N., Woradet, S., & Suksatan, W. (2022). A Meta-Analysis of the Effects of Dance Programs on Physical Performance : Appropriate Health Promotion for Healthy Older Adults. Annals of Geriatric Medicine and Research, 26(3), 196 - 207. https://doi.org/10.4235/agmr.22.0066. DOI: https://doi.org/10.4235/agmr.22.0066

UNESCO. (2017). Re|shaping Cultural Policies: Advancing Creativity for Development. UNESCO Publishing.