การกำหนดให้การสัมภาษณ์เพื่อค้นหาความจริงเป็นมาตรการหลัก ในการสอบปากคำเด็กและเยาวชน

Main Article Content

ชัชพงศ์ เลี่ยมวิไล

บทคัดย่อ

          จากปัญหาการสอบปากคำเด็กและเยาวชนในชั้นสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความมอาญามีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน และมีการละเมิดสิทธิเด็กอยู่ ถึงแม้กฎหมายจะกำหนดให้มีสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำเด็กและเยาวชนด้วยก็ตาม แต่ก็มิได้เป็นการประกันว่าเด็กจะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ บทความนี้จึงได้มีการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสอบปากคำเด็กและเยาวชนตามกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ โดยทำการได้ศึกษาเปรียบเทียบแนวทางการบัญญัติกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอังกฤษและเวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนอร์เวย์ และประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมในการสอบปากคำเด็กและเยาวชน และปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนในชั้นสอบสวน จากการศึกษาวิจัยทางเอกสารพบว่ามีวิธีการสอบปากคำเด็กและเยาวชนรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า วิธีการสัมภาษณ์เพื่อค้นหาความจริง (Investigative Interviewing) เป็นวิธีการที่ดำเนินการสอบปากคำเด็กและเยาวชนได้อย่างเหมาะสม เคารพสิทธิมนุษยชน และไม่ละเมิดสิทธิเด็ก นอกจากนี้ การสัมภาษณ์ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เพื่อค้นหาความจริงจะทำให้ได้ข้อมูลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเชื่อถือได้ นำไปสู่การลงโทษผู้กระทำความผิดที่แท้จริง และทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา


          บทความนี้จึงเสนอแนวทางแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของประเทศไทย เพื่อเป็นบรรทัดฐานการดำเนินการสอบปากคำกับเด็กและเยาวชนในชั้นสอบสวนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการให้ความคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนอย่างเต็มที่ โดยบัญญัติเกี่ยวกับประเภทคดีที่นำวิธีการสัมภาษณ์เพื่อค้นหาความจริงมาใช้ พนักงานสอบสวนผู้ทำหน้าที่สอบปากคำ การบันทึกภาพและเสียงระหว่างการสอบปากคำ และการนำวิธีการสัมภาษณ์เพื่อค้นหาความจริงมาใช้ในการสอบปากเด็กและเยาวชน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เลี่ยมวิไล ช. . (2026). การกำหนดให้การสัมภาษณ์เพื่อค้นหาความจริงเป็นมาตรการหลัก ในการสอบปากคำเด็กและเยาวชน. วารสารกฎหมายและสังคมรังสิต, 8(1), 16–28. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/RJL/article/view/8168
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์. (2551). คำอธิบายหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการดำเนินคดีในขั้นตอนก่อนการพิจารณา (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร: จิรัชการพิมพ์.

ไพฑูรย์ เนติโพธิ. (2546). คำอธิบายกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เล่ม 1. สมุทรปราการ: ข่าวชานเมือง.

ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ และ รณกรณ์ บุญมี. (2566). กฎหมายอาญาภาคทั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 25). กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.

ธานิศ เกศวพิทักษ์. (2564). คำอธิบายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เล่ม 1 (พิมพ์ครั้งที่ 16). กรุงเทพมหานคร: สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา.

พรรณี สุภัทรพันธุ์. (2542). นโยบายและมาตรการของรัฐในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการทารุณกรรมจากบุคคลในครอบครัว. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า.

ฟ้าดาว คงนคร. (2555). สิทธิเด็กตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและครอบครัว. (2545). กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเด็ก สำหรับข้าราชการครู. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สถาบันนิติวัชร์. (2565). Investigative Interviewing. เข้าถึงได้จาก Nitivajra Talk: https://www.youtube.com/watch?v=H-1NzMhcO28

สหรัฐ กิติ ศุภการ. (2567). หลักและคำพิพากษา พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2562). ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

อาทร เพชรรักษ์. (2526). เทคนิคการสอบสวนและเปรียบเทียบคดีอาญา. กรุงเทพมหานคร: อักษรสาสน์.

อุทัย อาทิเวช. (2565). การสอบสวน (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: วี.เจ. พริ้นติ้ง.

Bedford Borough Safeguarding Children Board & Central Bedfordshire Safeguarding Children Board. (2022). https://bedfordscb.proceduresonline.com/files/invest_interview_ch_yp.pdf. Retrieved from https://bedfordscb.proceduresonline.com/files/invest_interview_ch_yp.pdf

Commission for Children and Young People. (2019). Guide for including children and young people in reportable conduct investigations. Commission for Children and Young People.

Cullen, H. J., et al. (2021). Evidence-based policing in Australia: an examination of the appropriateness and transparency of lineup identification and Investigative Interviewing practices. International Journal of Police Science & Management, 23(1), 85-98.

David, L. R., et al. (2015). The NICHD protocol: a review of an internationally used evidence-based tool for training child forensic interviewers. CRIMINOLOGICAL RESEARCH POLICY AND PRACTICE, (1), 76-89.

Georgia M. P. (2023). Evaluating Investigative Interviewing with Children in New Zealand. In a thesis for the degree of Master of Science in Forensic Psychology. Wellington: The Victoria University.

Mary Schollum. (2005). Investigative Interviewing: THE LITERATURE. Office of the Commissioner of Police.

Milne, B. and Matine, P. (2010). The Cambridge Handbook of Forensic Psychology (Jennifer M. Brown and Elizabeth A. Campbell, Ed.). Cambridge: Cambridge University Press.

Norwegian Centre for Human Rights. (2024). Investigative Interviewing for Fair and Efficient Administration of Justice. Retrieved from The Faculty of Law, University of Oslo: https://www.jus.uio.no/smr/english/about/id/law/Investigative%20Interviewing/

Ray Bull. (2010). The Investigative Interviewing of children and other vulnerable witnesses: Psychological research and working/professional practice. Legal and Criminological Psychology, 15(1), 5-23.

RAY, B and ASBJØRN, R. (2020). Interrogation and Torture: Integrating Efficacy with Law and Morality. Oxfordshire: Oxford University Press.

The Professional Investigators College of Australasia. (2020). Investigative Interviewing. Retrieved from https://www.pica.edu.au/wp-content/uploads/2020/12/PEACE-guide.pdf

Vaughan, M. et al. (2024). The role of the Interview Manager (IM) in UK policing: perceptions and experiences of the IM when deployed in high stakes crime investigations. Policing and Society, 35(3), 311–328.