ฟ้อนสามแผ่นดิน: การสร้างสรรค์ท่าฟ้อนบูชาองค์พระใหญ่วัดเขาช่องชาด อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง ฟ้อนสามแผ่นดิน: การสร้างสรรค์ท่าฟ้อนบูชาองค์พระใหญ่ วัดเขาช่องชาด อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาท่าฟ้อนต้นแบบจากชุมชนบริเวณวัดเขาช่องชาด อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานีและท่าฟ้อนแม่บทอีสาน 2) เพื่อออกแบบท่าฟ้อนประยุกต์จากท่าฟ้อนต้นแบบชุมชนและท่าฟ้อนแม่บทอีสาน 3) เพื่อสร้างสรรค์ท่าฟ้อนสามแผ่นดิน 4) เพื่อถ่ายทอดฟ้อนสามแผ่นดินให้กับชุมชน
งานวิจัยนี้เป็นวิจัยผสมผสานระหว่างวิจัยเชิงคุณภาพและวิจัยเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการศึกษาเอกสาร สัมภาษณ์ สังเกต และการวิเคราะห์เชิงพรรณนา ผลวิจัยพบว่า ท่าฟ้อนได้ออกแบบจากท่าต้นแบบชุมชนมีจำนวน 9 ท่า ได้แก่ ท่าไหว้ ท่าสอดสร้อย ท่าส่อนปลา ท่าเซิ้งบั้งไฟ ท่าแก่งกุ้ง ท่าแห่บั้งไฟ ท่าลมพัด ท่าไล่แมงหวี่ ท่าสะบัดมือ และท่าฟ้อนที่ออกแบบจากท่าแม่บทอีสาน จำนวน 6 ท่า ได้แก่ ท่าพรหมสี่หน้า ท่าลำเพลิน ท่าพิเภกถวยครู ท่าอุ่นมโนราห์ ท่าคนขาแหย่ง และท่าหนุมานถวายแหวนโดยมีท่าที่ได้สร้างสรรค์จากประสบการณ์จำนวน 22 ท่า โดยรวมท่าฟ้อนทั้งหมดมีจำนวน 37 ท่า ซึ่งมีท่าพนมมือ ลักษณะดอกบัวตูมเป็นสัญลักษณ์ท่าไหว้แทนการบูชาองค์พระใหญ่ ซึ่งฟ้อนสามแผ่นดินแบ่งการแสดงออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 กล่าวถึงความสำคัญองค์พระใหญ่วัดเขาช่องชาด ช่วงที่ 2 กล่าวถึงสถานที่ตั้งและการประดิษฐานขององค์พระใหญ่ และช่วงที่ 3 กล่าวถึงขอพรจากองค์พระใหญ่ และออกแบบเครื่องแต่งกายให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นชุมชน ได้แก่ ผ้ามัดหมี่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ซึ่งเพลงประกอบการแสดง แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ใช้ทำนองลำพื้น ช่วงที่ 2 ลำเดินขอนแก่น ช่วงที่ 3 ลำเดินดง การแสดงชุดนี้ได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน เห็นว่าการแสดงชุดฟ้อนสามแผ่นดินมีความเหมาะสมกับการนำไปใช้ในการประกอบพิธีกรรมการฟ้อนบูชาองค์พระใหญ่และถ่ายทอดนาฏยศิลป์พื้นบ้านอีสานชุดนี้สู่ชุมชนในประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะห่มผ้าองค์พระใหญ่วัดเขาช่องชาดได้อย่างมีคุณค่าและยั่งยืน
Downloads
Article Details
รูปแบบการอ้างอิง
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
Copyright & License
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องที่ตีพิมพ์ในรูปแบบ เปิดให้เข้าถึง (Open Access) ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-NC-ND 4.0 จะสามารถเข้าถึงได้ฟรีทันทีและอย่างถาวรสำหรับทุกคน โดยผู้อ่านสามารถอ่าน ดาวน์โหลด ทำสำเนา แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือเชื่อมโยงไปยังบทความได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การใช้งานอนุญาตเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่แสวงหากำไร (ไม่อนุญาตการใช้เพื่อการค้า) และต้องไม่ทำการดัดแปลงแก้ไขผลงาน (ไม่อนุญาตการดัดแปลง) การเข้าถึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตล่วงหน้าจากสำนักพิมพ์หรือผู้แต่ง ทั้งนี้ต้องมีการอ้างอิงถึงแหล่งตีพิมพ์ต้นฉบับอย่างถูกต้องและเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
วชิรารัตน์ นิรันดร์เตชาภัทร. (2567). การวิเคราะห์สัญญาในการรำบวงสรวงท้าวสุรนารีเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองเมืองนครราชสีมา ครบรอบ 555 ปี. วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 4(2), 845.
ศราวดี ภูชมศรี. (2562). ถวยแถน แอ่นฟ้อน: สักการะธรรมเนียมการฟ้อน บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อชาวอีสาน. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 11(1), 201-202.
ศักดิ์ชัย หิรัญรักษ์ และ อัครวัตร เชื่อมกลาง. (2564). ลักษณะเพลงพื้นบ้านอีสานเพื่อการสร้างสรรค์บทเพลงวงซิมโฟนิก .วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 40(4), 129-132.
ศุภกร ฉลองภาค. (2565). ฟ้อนบวงสรวง: นาฏยประดิษฐ์จากความศรัทธาในบริบทวัฒนธรรมสมัยนิยม. รายงานการวิจัย. มหวิทยาลัยมหาสารคาม
อาหมัดอัลซารีย์ มูเก็ม. (2559). ประเพณี พิธีกรรม ความเชื่อ ที่มีความสัมพันธ์ต่อวิถีชีวิตของชนกลุ่มชาติพันธุ์เขมรบนพื้นที่บ้านจารย์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์. รายงานการวิจัย.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เอกพงษ์ ตรีตรง. (2564). Design + 4 DNA : ศาสตร์การถอดรหัสเพื่อการออกแบบ (เล่มพิเศษ). อ.การพิมพ์