ปัญหาการประมงทำลายล้างในประเทศไทย: การวิเคราะห์ภายใต้กรอบกฎหมายสิ่งแวดล้อม และการจัดการทรัพยากร
คำสำคัญ:
ประมงทำลายล้าง , กฎหมายสิ่งแวดล้อม , ปัญหาสังคมไทยบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประเด็นปัญหา และข้อเท็จจริงของการทำประมงทำลายล้าง โดยนำหลักการ แนวคิด ทฤษฎีด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายสิ่งแวดล้อมมาอธิบายและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่อาศัยเทคนิคในการดำเนินการการศึกษาจากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจากทั้งหนังสือ ตำราดุษฎีนิพนธ์ งานวิจัยบทความทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ จากนั้นผู้วิจัยได้สนทนากลุ่มกับผู้ทรงคุณวุฒิ และอาสาสมัครที่เลือกแบบเจาะจงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงประเด็นจากการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่าปัจจุบันการทำประมงทำลายล้างเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยที่ยังคงดำรงอยู่ และยังเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน กล่าวคือในระบบการบริหารจัดการประมงภาครัฐยังเป็นผู้ควบคุมรูปแบบบนลงล่าง (Top - down) โดยไม่มีการอนุญาตให้ชุมชน หรือประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการ อีกทั้งมีการออกกฎหมายที่มีความเร่งรัดตอบโจทย์องค์การระหว่างประเทศมากกว่าที่จะคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในส่งผลให้ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ถึงแม้ว่าจะมีการหันกลับมาขับเคลื่อนของบรรษัทขนาดใหญ่เพื่อให้เป็นไปตามหลักการ “บรรษัทธรรมาภิบาล” ประกอบกับ “หลักผู้ปล่อยมลพิษต้องมีส่วนรับผิดชอบ” โดยมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปคำนึงถึงการมีส่วนร่วม และพยายามสร้างความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นก็ตาม ทว่าร่างพระราชบัญญัติการประมง ฉบับ พ.ศ.... ที่นำเสนอร่างโดยสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ยังเกิดการตั้งข้อสังเกตบางประการของนักวิชาการที่แสดงถึงความกังวลว่าจะสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด
เอกสารอ้างอิง
กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง. (2564). ประมาณการผลผลิตและมูลค่าสัตว์น้ำจากการประมงของประเทศไทย พ.ศ. 2564 - 2566. กรมประมง.
คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม. (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการบรรยายวิชากฎหมายสิ่งแวดล้อม. คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม. (2560). ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม. สถาบันนโยบายศึกษา ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมนโยบายศึกษา.
ฐานเศรษฐกิจ. (2565). มาแล้ว “IUU Hunter” ตำรวจลุยล้างบางประมงผิดกฎหมาย. ฐานเศรษฐกิจ https://www.thansettakij.com/economy/513907
ทัน ทองดี. (2555). การนำหลักการเรื่องสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาปรับใช้กับการประมงชายฝั่งของไทย: ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บรรจง นะแส. (2558). ‘บรรจง นะแส’ เสียงบ่นจากคนทะเล เมื่อ คสช. ชักจะออกนอกลู่การปฏิรูป. Thai PBS https://thecitizen.plus/node/2947
ประภัสสร ปานป้อมเพชร. (2559). การคุ้มครองสิทธิเชิงกระบวนการในการมีส่วนร่วมของประชาชนในขั้นตอนการตัดสินใจของรัฐในการดำเนินโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พวงทอง อ่อนอุระ. (2561). การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ตามหลักการแนวคิด และบทบัญญัติของตราสารระหว่างประเทศ. วารสารการประมงอิเล็กทรอนิกส์, 1(2), 72 - 92.
ภควรรณ ตาฬวัฒน์. (2566). ประมงทำลายล้าง โจทย์ความไม่ยั่งยืนของระบบนิเวศทะเลไทย. SDG Move https://www.sdgmove.com/2023/09/15/fishing-iuu-sea-thailand/
วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์. (2564 ก). 6 ปี ของการแก้ปัญหา IUU Fishing เมื่อนับหนึ่งผิด (กลัดกระดุมผิดเม็ด) “ความ Ship-หาย” ก็ไร้จุดจบ. ไทยพับลิก้า
https://thaipublica.org/2022/01/6-years-iuu-fishing-solutions01/
วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์. (2564 ข). อวนลาก เครื่องมือทำลายล้างทรัพยากร จริงหรือ ?. ไทยพับลิก้า https://thaipublica.org/2021/10/wicharn-sirichai-ekawat08/
ศิวกรณ์ พันธุ์วิชาติกุล. (2565). บทบาทของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายตามมาตรฐานการทำประมงแบบ IUU Fishing ด้วยแนวคิดการจัดการภาครัฐแนวใหม่ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สำนักความร่วมมือด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ. (2556). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน. อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
อุดมศักดิ์ สินธิพงษ์. (2557). มาตรการทางกฎหมายสำหรับการจัดการร่วมในทรัพยากรธรรมชาติ: ศึกษาการประมงทะเลพื้นบ้าน [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม