รูปแบบการบริหารเทคโนโลยีการศึกษาดิจิทัลของสถานศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบ SDGs

ผู้แต่ง

  • ลัดดาวัลย์ คงสมบูรณ์ -
  • กิตติพงษ์ ขันตีกรม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
  • ยุพดี จรุงกลิ่น ข้าราชการบำนาญ ศึกษานิเทศก์วิทยฐานะ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
  • นกัญ ทองสิงห์ ข้าราชการบำนาญ ศึกษานิเทศก์วิทยฐานะ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
  • อชิตพล มีมุ้ย นักวิชาการอิสระด้านเทคโนโลยีการศึกษา

คำสำคัญ:

การบริหารเทคโนโลยีการศึกษาดิจิทัล, สถานศึกษา, การพัฒนาที่ยั่งยืน, SDGs, รูปแบบการบริหาร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบของการบริหารเทคโนโลยีการศึกษาดิจิทัลของสถานศึกษาที่เอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบ SDGs โดยมุ่งเน้น SDG 4 และ SDG 10 2) พัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบการบริหารเทคโนโลยีการศึกษาดิจิทัลของสถานศึกษากับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) ยืนยันความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ภายใต้การวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D)
          กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้รับผิดชอบงานเทคโนโลยี หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ และครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 480 คน จากสถานศึกษา 120 แห่ง ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน และสุ่มแบ่งระดับสถานศึกษาเป็นกลุ่มวิเคราะห์ EFA จำนวน 240 คน จาก 60 แห่ง และกลุ่มตรวจสอบ CFA/SEM จำนวน 240 คน จาก 60 แห่ง ผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 18 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน การวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้าง และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารเทคโนโลยีการศึกษาดิจิทัลของสถานศึกษาประกอบด้วย
6 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) วิสัยทัศน์และนโยบายดิจิทัลทางการศึกษา (2) ภาวะผู้นำและการกำกับ
การเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัล (3) โครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยีการศึกษา (4) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านดิจิทัล (5) การบริหารจัดการข้อมูลและการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ และ (6) วัฒนธรรมองค์กรและนวัตกรรมทางการศึกษา มีค่า KMO เท่ากับ 0.934 และอธิบายความแปรปรวนสะสมได้ร้อยละ 72.58 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในเกณฑ์ดี โดยมีค่า χ²/df = 1.684, CFI = 0.972, TLI = 0.965, GFI = 0.941, AGFI = 0.918, RMSEA = 0.038 และ SRMR = 0.032 และ 3) ผู้ทรงคุณวุฒิยืนยันว่ารูปแบบมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้
และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยรวม 4.69 แสดงว่า รูปแบบสามารถใช้เป็นแนวทางบริหารเทคโนโลยีการศึกษาดิจิทัลเพื่อส่งเสริมคุณภาพ ความเท่าเทียม และความยั่งยืนทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม เมื่อพิจารณาอิทธิพลเชิงโครงสร้าง พบว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านดิจิทัลมีอิทธิพลสูงสุด (β = 0.47) ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยีการศึกษามีอิทธิพลต่ำสุด (β = 0.31) แต่ยังมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). การมีการใช้ ICT ของประชาชนในประเทศไทย ปี 2568 (ไตรมาส3). สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). รายงานสถานการณ์การศึกษาไทยในยุคดิจิทัล. ม.ป.พ.

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2568). สถิติการศึกษาฉบับย่อ ปีการศึกษา 2568. กระทรวงศึกษาธิการ.

Al Nuaimi, H., Ahmad, S. Z., & Khalid, K. (2024). The importance of the school principals’ role in the digital transformation of the education sector. International Journal of Comparative Education and Development, 26(1), 17–37.

Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). Wiley.

Dexter, S. (2018). The role of leadership in technology integration. Educational Technology Research and Development, 66(4), 903-921.

Fullan, M., & Langworthy, M. (2014). A rich seam: How new pedagogies find deep learning. Pearson.

Hairani, E., Winarno, A., & Hermana, D. (2025). Enhancing leadership for sustainable digital

transformation: Insights from secondary schools. AL-ISHLAH: Jurnal Pendidikan, 17(2).

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis

(8th ed.). Cengage.

Kozma, R. B. (2011). ICT, education transformation, and economic development. UNESCO.

Leithwood, K., Harris, A., & Hopkins, D. (2020). Seven strong claims about successful school

leadership revisited. School Leadership & Management, 40(1), 5–22.

Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017–1054.

OECD. (2020). Education responses to COVID-19: Embracing digital learning. OECD Publishing.

OECD. (2022). Digital education outlook 2023. OECD Publishing.

OECD. (2023). OECD digital education outlook 2023: Towards an effective digital education

ecosystem. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/c74f03de-en

Redecker, C. (2017). European framework for the digital competence of educators: DigCompEdu. Publications Office of the European Union.

Rusdinal, R., Sulastri, S., Syahril, S., Amelia, R., Hazim, M., Yani, M. T., Trihantoyo, S., & Utama,

H. B. (2025). Transformative policy model for digitalising education: Accelerating education for sustainable development (ESD) in Indonesia. International Journal of Learning, Teaching and Educational Research, 24(2).

Selwyn, N. (2016). Education and technology: Key issues and debates. Bloomsbury.

UNESCO. (2018). UNESCO ICT competency framework for teachers (Version 3). UNESCO.

UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. UNESCO.

UNESCO. (2023). Global education monitoring report 2023: Technology in education- A tool on whose terms? UNESCO.

United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development. United Nations.

Venkatesh, V., Morris, M. G., Davis, G. B., & Davis, F. D. (2003). User acceptance of information technology: Toward a unified view. MIS Quarterly, 27(3), 425–478.

ไฟล์ประกอบ

เผยแพร่แล้ว

06/29/2026

รูปแบบการอ้างอิง

คงสมบูรณ์ ล., ขันตีกรม ก. ., จรุงกลิ่น ย., ทองสิงห์ น. ., & มีมุ้ย อ. . (2026). รูปแบบการบริหารเทคโนโลยีการศึกษาดิจิทัลของสถานศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบ SDGs. วารสารวิจัยธรรมศึกษา, 9(1), 200–224. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/dsr/article/view/11460