ความต้องการหลักสูตรฝึกอบรมการดูแลผู้สูงอายุขั้นกลางของสภากาชาดไทย มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล ญาติผู้ดูแล และผู้สูงอายุ
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, ความต้องการ, การดูแลผู้สูงอายุขั้นกลาง, สภากาชาดไทยบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการหลักสูตรฝึกอบรมการดูแลผู้สูงอายุ ขั้นกลางของสภากาชาดไทย ใช้ระเบียบวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method Research) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรฝึกอบรมและด้านการดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 3 คน คัดเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา 2) พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 32 คน 3) ญาติ/ผู้ดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน
4) ผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน คัดเลือกแบบสุ่มอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม เครื่องมือทุกชุดผ่านการตรวจสอบความตรง เชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่า IOC เฉลี่ย 0.99 และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าควรกำหนดสมรรถนะของผู้ดูแลผู้สูงอายุขั้นกลางให้ชัดเจนตามแนวคิดฐานสมรรถนะ (Competency-Based) โดยระบุขอบเขตความสามารถ บทบาท และข้อจำกัดในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย ควรเน้นการฝึกทักษะภาคปฏิบัติ จำนวน 40 ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 57 ของระยะเวลาการอบรมทั้งหมด เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและความสามารถในการนำความรู้ไปใช้ได้จริงอย่างถูกต้อง เนื้อหาหลักสูตรควรครอบคลุม 12 หมวดวิชา ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาลเสนอแนะให้เพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดภัยพิบัติสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจด้านการบรรเทาทุกข์และอัตลักษณ์ของสภากาชาดไทย ด้านรูปแบบการอบรม ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาลเห็นว่า หลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นกลางสามารถจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหลักสูตรลดข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาในการอบรม และมีระบบสนับสนุนต่อเนื่องหลังการอบรมในการทบทวนความรู้ การตอบข้อสงสัย การให้คำปรึกษาหลังการอบรม จากการศึกษายังพบว่าพยาบาลและผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความต้องการความรู้ของผู้ดูแลในภาพรวมในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.57 และ 4.52 ตามลำดับ) โดยหมวดวิชาที่มีความต้องการสูงสุดคือ การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ (x̄ = 4.65) ขณะที่ผู้สูงอายุให้ความสำคัญต่อสมรรถนะด้านจิตใจและมนุษย์สัมพันธ์มากกว่าทักษะการดูแลด้านร่างกาย (x̄ = 4.22) ผลการวิจัยสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการดูแลผู้สูงอายุขั้นกลางของสภากาชาดไทยต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2565. บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์จำกัด (มหาชน).
กรมกิจการผู้สูงอายู. (2562). มาตรฐานหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นกลาง จำนวน 70 ชั่วโมง. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กิตติ ลาภสมบัติศิริ. (2563). สังคมสูงวัยกับความท้าทายของตลาดแรงงานไทย. วารสารเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ, 11(21), 1–20.
จีรวรรษา เกตุค้างพลู. (2568). การพัฒนาการรับรองหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, 21(1), 63-74.
ณปภัช สัจนวกุล และคณะ. (2565). การสูงวัยในถิ่นที่อยู่: ข้อเสนอตัวแบบนโยบายจากบทเรียนต่างประเทศ. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
นัทวรรณ นุตพงษ์ และคณะ. (2565). ความต้องการในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุติดเตียงโดยครอบครัว ในตำบลคลองสมบูรณ์ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ สำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, ครั้งที่ 2. 657-667.
พรรณพิมล สุขวงษ์ และอมรรัตน์ วัฒนาธร. (2564). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างความสุขด้วยกระบวนการสุนทรียสาธกสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุ. Journal of Education and Innovation, 25(1), 157- 168.
ราชกิจจานุเบกษา. (2562). ประกาศกรมกิจการผู้สูงอายุเรื่อง มาตรฐานหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 136 (ตอนพิเศษ 157 ง.)
ศิราณี ศรีหาภาค, วัชรี อมรโรจน์วรวุฒิ, ณรงค์ คำอ่อน, พัฒนี ศรีโอษฐ์, พลอยลดา ศรีหานู, และทิพวรรณ ทับซ้าย. (2564). สถานการณ์ ปัญหา และความต้องการการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชนภายใต้กองทุนระบบการดูแลระยะยาว จังหวัดขอนแก่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 15(36), 44–62.
สุริยา ฟองเกิด. (2562). ความต้องการด้านการช่วยเหลือดูแลสุขภาพของญาติผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 8(2), 93–108.
Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (5th ed.). SAGE Publications.
Knowles, M. S. (1980). The modern practice of adult education: From pedagogy to andragogy (2nd ed.). Cambridge Books.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.
Taba, H. (1962). Curriculum development: Theory and practice. Harcourt, Brace & World.
ไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยธรรมศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.