การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้ หลักสูตรการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแบบผสมผสานของสภากาชาดไทย
คำสำคัญ:
การปฐมพยาบาล, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความคงทนในการเรียนรู้, การเรียนรู้แบบผสมผสานบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เข้าอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแบบผสมผสานก่อนและหลังเรียน ศึกษาความคงทนทางการเรียนรู้หลังการอบรมไปแล้ว 4 สัปดาห์ และสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าอบรมต่อหลักสูตรดังกล่าว ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์และการฝึกปฏิบัติแบบเผชิญหน้า กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนทั่วไปจำนวน 40 คน อายุระหว่าง 25 – 40 ปี ที่ไม่เคยเข้ารับการอบรมด้านการปฐมพยาบาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาซึ่งได้มาโดยวิธีคัดเลือกโดยใช้วิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานวิจัยประกอบด้วย หลักสูตรการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแบบผสมผสาน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบทดสอบวัดความคงทน และแบบวัดความพึงพอใจ โดยเก็บข้อมูลก่อนการอบรม หลังการอบรมและภายหลังสิ้นสุดการอบรม 4 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Dependent t-test เปรียบเทียบผลการเรียนก่อน-หลัง และ Repeated Measures ANOVA เปรียบเทียบด้วยการทดสอบเปรียบเทียบคะแนน 3 ระยะเวลาวัด คือ 1) ก่อนการอบรม 2) หลังการอบรมทันที 3) หลังการอบรม 4 สัปดาห์
ผลการวิจัยพบว่า ผู้เข้าอบรมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<.001 และคะแนนความรู้หลังอบรม 4 สัปดาห์ไม่ลดลงจากคะแนนหลังการอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<.001 แสดงถึงความคงทนในการเรียนรู้ นอกจากนั้นคะแนนภาคทฤษฎี
มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคะแนนภาคปฏิบัติ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ r=0.82 ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ในระดับสูงและมีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในทุกด้านมากกว่า ร้อยละ 80
สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานที่ผสานการเรียนออนไลน์กับการฝึกปฏิบัติจริง ช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสร้างความคงทนในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรนำไปประยุกต์ใช้ในหลักสูตรการฝึกอบรมปฐมพยาบาลอื่น ๆ และการอบรมด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มคุณประสิทธิภาพและประสิทธิผลการเรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้จริง
เอกสารอ้างอิง
ปณิตา วรรณพิรุณ. (2554). การเรียนรู้แบบผสมผสานจากแนวคิดสู่การปฏิบัติ. วารสารการอาชีวะและ
เทคนิคศึกษา, 1(2), 43–49.
ภัทรา วยาจุต. (2550). ผลของการเรียนแบบผสมผสานและแบบใช้เว็บช่วยต่อผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนของนิสิต (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิทยุตม์ คงพ่วง. (2568). ผลการเรียนรู้ออนไลน์และแบบผสมผสานในรายวิชาการวิเคราะห์เชิง
ปริมาณ. วารสารการศึกษาและนวัตกรรม, 12(1), 77–92.
เศณวี ฤกษ์มงคล. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานในรายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยี
การศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 16(2), 45–60.
สุริณี วัฒนศรีทานัง. (2568). การเรียนรู้แบบผสมผสานและการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น: แนวคิดและผล
การเรียนรู้ระยะยาว. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 33(3), 101–118.
Allen, E., & Seaman, J. (2010). Learning on demand: Online education in the United
States, 2009. Sloan Consortium.
Anderson, R., Sebald, D., & Jennings, S. (2019). Skill decay in first aid and resuscitation
training. Resuscitation, 139, 321–327.
Bonk, C. J., & Graham, C. R. (Eds.). (2006). The handbook of blended learning: Global
perspectives, local designs. Pfeiffer.
Carman, J. M. (2006). Blended learning design: Five key ingredients. Agilant Learning.
Graham, C. R. (2006). Blended learning systems: Definition, current trends, and future directions. In C. J. Bonk & C. R. Graham (Eds.), The handbook of blended learning: Global
perspectives, local designs (pp. 3–21). Pfeiffer.
Graham, C. R. (2012). Introduction to blended learning. Retrieved June 10, 2026, from
https://www.publicationshare.com/c1
Horn, B. M., & Staker, H. (2011). The rise of K–12 blended learning [Unpublished
paper]. Innosight Institute.
Liu, Q., Peng, W., Zhang, F., Hu, R., Li, Y., & Yan, W. (2022). The effectiveness of blended
learning in health professions: Systematic review and meta-analysis. Medical Education, 56(3), 317–332. doi:10.1111/medu.14611
Nishiyama, C., Iwami, T., Kitamura, T., et al. (2015). Long-term retention of
cardiopulmonary resuscitation skills after training using a video self-
instruction program. Resuscitation, 90, 56–61.
O’Doherty, D., et al. (2024). Blended learning in medical education: Current practices
and future directions. BMC Medical Education, 24, 112. doi:10.1186/s12909-
-04567-9
Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., & Berry, L. L. (1988). SERVQUAL: A multiple-item scale
for measuring consumer perceptions of service quality. Journal of Retailing,
(1), 12–40.
Roediger, H. L., & Butler, A. C. (2011). The critical role of retrieval practice in long-term
retention. Trends in Cognitive Sciences, 15(1), 20–27.
Sharpe, R., Benfield, G., Roberts, G., & Francis, R. (2006). The undergraduate experience
of blended learning: A review of UK literature and practice. Retrieved June
, 2026, from https://www.advance-he.ac.uk/knowledge-hub/undergraduate-
experience-blended-e-learning.
ไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยธรรมศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.