การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้ หลักสูตรการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแบบผสมผสานของสภากาชาดไทย

ผู้แต่ง

  • พิชามญชุ์ ไหว้พรหม ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทย
  • ณัฐยา อุดมวงษ์ ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทย
  • อุทัยวรรณ อำพันขาว ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทย

คำสำคัญ:

การปฐมพยาบาล, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความคงทนในการเรียนรู้, การเรียนรู้แบบผสมผสาน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เข้าอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแบบผสมผสานก่อนและหลังเรียน ศึกษาความคงทนทางการเรียนรู้หลังการอบรมไปแล้ว 4 สัปดาห์ และสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าอบรมต่อหลักสูตรดังกล่าว ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์และการฝึกปฏิบัติแบบเผชิญหน้า กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนทั่วไปจำนวน 40 คน อายุระหว่าง 25 – 40 ปี ที่ไม่เคยเข้ารับการอบรมด้านการปฐมพยาบาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาซึ่งได้มาโดยวิธีคัดเลือกโดยใช้วิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานวิจัยประกอบด้วย หลักสูตรการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแบบผสมผสาน  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบทดสอบวัดความคงทน และแบบวัดความพึงพอใจ โดยเก็บข้อมูลก่อนการอบรม หลังการอบรมและภายหลังสิ้นสุดการอบรม 4 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Dependent t-test เปรียบเทียบผลการเรียนก่อน-หลัง และ Repeated Measures ANOVA เปรียบเทียบด้วยการทดสอบเปรียบเทียบคะแนน 3 ระยะเวลาวัด คือ 1) ก่อนการอบรม 2) หลังการอบรมทันที 3) หลังการอบรม 4 สัปดาห์

             ผลการวิจัยพบว่า ผู้เข้าอบรมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<.001 และคะแนนความรู้หลังอบรม 4 สัปดาห์ไม่ลดลงจากคะแนนหลังการอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<.001   แสดงถึงความคงทนในการเรียนรู้ นอกจากนั้นคะแนนภาคทฤษฎี

             มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคะแนนภาคปฏิบัติ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ r=0.82 ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ในระดับสูงและมีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในทุกด้านมากกว่า ร้อยละ 80

             สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานที่ผสานการเรียนออนไลน์กับการฝึกปฏิบัติจริง ช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสร้างความคงทนในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรนำไปประยุกต์ใช้ในหลักสูตรการฝึกอบรมปฐมพยาบาลอื่น ๆ และการอบรมด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มคุณประสิทธิภาพและประสิทธิผลการเรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้จริง

เอกสารอ้างอิง

ปณิตา วรรณพิรุณ. (2554). การเรียนรู้แบบผสมผสานจากแนวคิดสู่การปฏิบัติ. วารสารการอาชีวะและ

เทคนิคศึกษา, 1(2), 43–49.

ภัทรา วยาจุต. (2550). ผลของการเรียนแบบผสมผสานและแบบใช้เว็บช่วยต่อผลสัมฤทธิ์ทางการ

เรียนของนิสิต (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พิทยุตม์ คงพ่วง. (2568). ผลการเรียนรู้ออนไลน์และแบบผสมผสานในรายวิชาการวิเคราะห์เชิง

ปริมาณ. วารสารการศึกษาและนวัตกรรม, 12(1), 77–92.

เศณวี ฤกษ์มงคล. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานในรายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยี

การศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 16(2), 45–60.

สุริณี วัฒนศรีทานัง. (2568). การเรียนรู้แบบผสมผสานและการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น: แนวคิดและผล

การเรียนรู้ระยะยาว. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 33(3), 101–118.

Allen, E., & Seaman, J. (2010). Learning on demand: Online education in the United

States, 2009. Sloan Consortium.

Anderson, R., Sebald, D., & Jennings, S. (2019). Skill decay in first aid and resuscitation

training. Resuscitation, 139, 321–327.

Bonk, C. J., & Graham, C. R. (Eds.). (2006). The handbook of blended learning: Global

perspectives, local designs. Pfeiffer.

Carman, J. M. (2006). Blended learning design: Five key ingredients. Agilant Learning.

Graham, C. R. (2006). Blended learning systems: Definition, current trends, and future directions. In C. J. Bonk & C. R. Graham (Eds.), The handbook of blended learning: Global

perspectives, local designs (pp. 3–21). Pfeiffer.

Graham, C. R. (2012). Introduction to blended learning. Retrieved June 10, 2026, from

https://www.publicationshare.com/c1

Horn, B. M., & Staker, H. (2011). The rise of K–12 blended learning [Unpublished

paper]. Innosight Institute.

Liu, Q., Peng, W., Zhang, F., Hu, R., Li, Y., & Yan, W. (2022). The effectiveness of blended

learning in health professions: Systematic review and meta-analysis. Medical Education, 56(3), 317–332. doi:10.1111/medu.14611

Nishiyama, C., Iwami, T., Kitamura, T., et al. (2015). Long-term retention of

cardiopulmonary resuscitation skills after training using a video self-

instruction program. Resuscitation, 90, 56–61.

O’Doherty, D., et al. (2024). Blended learning in medical education: Current practices

and future directions. BMC Medical Education, 24, 112. doi:10.1186/s12909-

-04567-9

Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., & Berry, L. L. (1988). SERVQUAL: A multiple-item scale

for measuring consumer perceptions of service quality. Journal of Retailing,

(1), 12–40.

Roediger, H. L., & Butler, A. C. (2011). The critical role of retrieval practice in long-term

retention. Trends in Cognitive Sciences, 15(1), 20–27.

Sharpe, R., Benfield, G., Roberts, G., & Francis, R. (2006). The undergraduate experience

of blended learning: A review of UK literature and practice. Retrieved June

, 2026, from https://www.advance-he.ac.uk/knowledge-hub/undergraduate-

experience-blended-e-learning.

ไฟล์ประกอบ

เผยแพร่แล้ว

06/29/2026

รูปแบบการอ้างอิง

ไหว้พรหม พ. ., อุดมวงษ์ ณ. ., & อำพันขาว อ. . (2026). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้ หลักสูตรการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแบบผสมผสานของสภากาชาดไทย. วารสารวิจัยธรรมศึกษา, 9(1), 301–315. สืบค้น จาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/dsr/article/view/11579