การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวสมดุลภาษาเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่าน การเขียนคำที่มีตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
คำสำคัญ:
รูปแบบการเรียนการสอน, แนวสมดุลภาษา, การอ่านคำที่มีตัวสะกด, การเขียนคำที่มีตัวสะกดบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเรื่องการอ่าน การเขียนคำที่มีตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2) สร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวสมดุลภาษา 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวสมดุลภาษา 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวสมดุลภาษา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดป่าแดง ปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวสมดุลภาษา คู่มือการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวสมดุลภาษา แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบเรื่องการอ่าน การเขียนคำที่มีตัวสะกด และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ t-test
ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัญหาด้านการอ่านและการเขียนคำที่มีตัวสะกดของนักเรียนอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ผู้ปกครองและครูมีความต้องการรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน 2) รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวสมดุลภาษา ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล และปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จ โดยมีกระบวนการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 ทบทวนความรู้เดิม ขั้นที่ 2 เพิ่มเติมคำศัพท์ใหม่ ขั้นที่ 3 ตั้งใจฝึกอ่านคำ ขั้นที่ 4 เน้นย้ำอ่านเขียน ขั้นที่ 5 เพียรสร้างความรู้ใหม่ ขั้นที่ 6 ภูมิใจนำเสนอผลงาน ขั้นที่ 7 นำประสบการณ์ไปใช้ ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด และรูปแบบมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ทั้งด้านการอ่านและการเขียน 3) หลังการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า นักเรียนมีความรู้และความสามารถด้านการอ่านและการเขียนคำที่มีตัวสะกดสูงกว่าก่อนเรียนและสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการอ่านและการเขียนอยู่ในระดับดีทุกคน (ร้อยละ 100) และมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมาก
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กันตวรรณ มีสมสาร. (2554). รูปแบบการสอนภาษาโดยบูรณาการแนวสมดุลภาษาและการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมความสามารถทางภาษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
กีรติ นันทพงษ์. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณเพื่อส่งเสริมความสามารถในการวิเคราะห์กลวิธีการใช้ภาษาและการรู้เท่าทันสื่อของนักศึกษาวิชาชีพครู [วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
ชุติมา ขุนแสง และยงยุทธ ขุนแสง. (2563). การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและเขียนสะกดคำวิชาภาษาไทยระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานกับกลุ่มที่ได้รับการสอนแบบปกติ [วิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง].
ณัฐพงศ์ เชื้อเพชร. (2560). สภาพและแนวทางแก้ไขปัญหาการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2556). ทฤษฎีและการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้. บริษัท ทริปเปิ้ล กรุ๊ป จำกัด.
บุษบา กรุดประโคน. (2563). การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แนวสมดุลภาษาที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการอ่านการเขียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา].
พรพิไล เลิศวิชา. (2552). สอนภาษาไทยตามแนวคิด Brain-based learning. สำนักวิชาการและมาตรฐานการเรียนรู้.
รัตนะ บัวสนธ์. (2567). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งฤดี แผลงศร. (2560). ศาสตร์การสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิภาพร คุปติเกษม. (2558). การพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องอักษรนำและทักษะการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้การสอนแนวสมดุลภาษา [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
สกุลการ สังข์ทอง. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ MECCA เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. ราชกิจจานุเบกษา, 116(74ก), 1–20.
สำนักทดสอบทางการศึกษา. (2567). ผลการสอบวัดประเมินระดับชาติ (RT/NT) ปีการศึกษา 2566 ของโรงเรียนขนาดเล็ก. สำนักทดสอบทางการศึกษา.
สิโรดมภ์ จุ้ยเปี่ยม. (2563). ผลการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยโดยใช้กลยุทธ์การเขียนเชิงโต้ตอบและแนวสมดุลภาษาที่มีต่อความสามารถในการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
สุวกาญจน์ ทาวี. (2565). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านเพื่อความเข้าใจตามแนวสมดุลภาษาสำหรับนักเรียนประถมศึกษา [วิทยานิพนธ์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
อารี สัณหฉวี. (2550). การสอนภาษาไทยแนวสมดุลภาษา (ชั้นอนุบาล 1–ประถมปีที่ 6). ชมรมเด็ก.
Cramer, R. L. (2004). The language arts: A balanced approach to teaching reading, writing, listening, talking, and thinking. Pearson Education.
DeGraaf, A. A. (2021). Building teachers’ instructional capacity in a balanced literacy framework: A case study of a high-poverty elementary school’s literacy practices [Doctoral dissertation, University of Wisconsin–Madison].
Fitzgerald, J. (1999). What is this thing called “balance”? The Reading Teacher, 53(2), 100–107.
Fresch, M. J. (2017). Strategies for effective balanced literacy. Shell Educational Publishing.
Hebzynski, S. (2017). Balanced literacy strategies [Master’s thesis, St. Cloud State University].
Reif, S. F. (2007). How to reach and teach all children through balanced literacy: User-friendly strategies, tools, activities, and ready-to-use materials. Jossey-Bass.
Tompkins, G. E. (2014). Literacy for the 21st century: A balanced approach. Pearson Education Limited.
Yukon Department of Education. (2018). Balanced literacy booklet. https://yukon.ca/en/balanced-literacy-booklet
Zygouris-Coe, V. (2001). Balanced reading instruction in K–3 classrooms. Florida Literacy and Reading Excellence (FLaRE) Center, College of Education, University of Central Florida.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์ ราชภัฏเชียงใหม่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสาร TCI อยู่ภายใต้การอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น โปรดอ่านหน้านโยบายของเราสําหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงแบบเปิด ลิขสิทธิ์ และการอนุญาต